โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

M ปรับตัวอย่างไร ? ในวันที่ "สุกี้" อย่างเดียวไม่เพียงพอ

Stock2morrow

อัพเดต 27 พ.ค. 2567 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 03.20 น. • Stock2morrow
M ปรับตัวอย่างไร ? ในวันที่

"เอ็มเค เรสโตรองต์" เจ้าของร้านอาหารประเภทสุกี้ที่ครองใจผู้บริโภคมาทุกยุคทุกสมัย
พยายามต่อยอดไปลุยอาหารประเภทอื่นมากมายหลังจากการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย
เช่น การเปิดตัวอาหารสะดวกทาน "บิซซี่ บ็อก" , ร้านข้าวมันไก่ทองคำ , ฮากาตะ ราเมน
หรือแม้แต่การเข้าซื้อกิจการแหลมเจริญ ซีฟู้ด ที่เคยเป็น Talk of The Town ในกลุ่มนักลงทุนที่มองว่าน่าจะเป็น New S-Curved รอบใหม่ของ M
ไม่เพียงแค่นั้น ทาง M ยังพยายามรุกธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วย เช่น
เอ็มเค สุกี้ ประเทศญี่ปุ่น 25 สาขา เวียดนาม 5 สาขา ลาว 3 สาขา และร้านมิยาซากิ 1 สาขา และร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด ที่มาเลเซีย 3 สาขา

แต่ดูเหมือนว่าการเติบโตของ M จะไม่ได้เป็นไปอย่างที่นักลงทุนคาดหวัง …
ถ้าเราดูจากราคาหุ้นจะพบว่าปรับตัวลดลงไปแล้วกว่า -25% ภายใน 6 เดือน
หรือถ้าเราดูไปไกลกว่านั้น จะพบว่า -39% เข้าไปแล้วใน 12 เดือนที่ผ่านมา
คำถาม คือ เกิดอะไรขึ้นกับ M ?
คำตอบสั้นๆ ที่พอจะบอกได้คือ ผลประกอบการของ M เติบโตช้ากว่าที่นักลงทุนคาดหวังเอาไว้ก่อนหน้านั้น
ปี 2564 บริษัทมีรายได้ 11.36 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท
ปี 2565 บริษัทมีรายได้ 15.93 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.43 พันล้านบาท
ปี 2566 บริษัทมีรายได้ 16.97 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.68 พันล้านบาท
ปี 2567 ไตรมาส 1 บริษัททำรายได้ 4 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 346 ล้านบาท
เรียกได้ว่ามีการฟื้นตัว แต่ช้ากว่าที่นักลงทุนคาดหวัง

ราคาหุ้น M ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวไปแล้วกว่า -25%
https://www.tradingview.com/symbols/SET-M/

ถ้าอ่านจากบทวิเคราะห์ น่าจะมาจาก 2 ประเด็นด้วยกัน คือ
1. ธุรกิจที่ท้าทาย การแข่งขันที่ดุเดือด
เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธุรกิจร้านอาหาร มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบก็มีราคาสูงขึ้น
ทำให้ผลประกอบการของ M ไม่ได้เติบโตอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการแข่งขันอย่างดุเดือดในธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจ "สุกี้" ที่เป็นรายได้หลักของ M

2. ผลประกอบการล่าสุด มีแนวโน้ม "แผ่วลง"
ผลประกอบการ 1Q67 มีกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท ลดลงมาก -32% QoQ แต่เพิ่มขึ้น +6.5% YoY
ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตลาดมากนัก อีกทั้งบริษัทยังต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ SG&A
อีกประเด็นที่น่าจับตา คือ ยอดขายต่อสาขา (SSSG) ลดลง -6% YoY สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารแข่งขันสูง
และบริษัทยังบอกอีกด้วยว่าธุรกิจ Delivery ของ M มีรายได้ที่ลดลง

ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนอยากจะเห็น คือ การเปลี่ยนกลยุทธ์แบบใหม่ หรือทำอะไรใหม่ๆที่เป็นมากกว่าร้านอาหาร
เพราะการหวังพึ่งพารายได้แต่ธุรกิจสุกี้อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอแล้ว
ถ้าเราไปดูรายได้จากธุรกิจของ M จะพบว่า ไตรมาส 1 ปี 2567 การพึ่งพารายได้จากร้านอาหาร "เอ็มเค" มีสัดส่วนรายได้มากถึง 72%
ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ เช่น ยาโยอิ แหลมเจริญ ฯ รวมกันมีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 28% เท่านั้น ซึ่งยังห่างจากธุรกิจสุกี้ "เอ็มเค" อยู่มากพอสมควร

แต่ดูเหมือนว่า M จะรู้จุดอ่อนของตัวเองดี …
และบริษัทก็พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองมากขึ้น โดยเมื่อไม่นานมานี้ทาง M จะจัดแสดงสินค้าและบริการครั้งแรกในงาน Thaifex-Anuga Asia 2024 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของบริษัทที่จะนำเสนอความหลากหลายของธุรกิจในเครือ ที่ต่อยอดมาจากความแข็งแกร่งของการเป็นผู้นำธุรกิจเชนร้านอาหารที่มากที่สุดในประเทศไทย
โดยหลัก M จะเปิดตัวธุรกิจในเครือ 6 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

1. ธุรกิจ MK Food Service
สินค้าและบริการด้านอาหารแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าประเภทธุรกิจ เช่น องค์กรขนาดใหญ่ สายการบิน โรงพยาบาล โรงเรียน

2. ธุรกิจน้ำจิ้มสุกี้
การเปิดตัว "น้ำจิ้มสุกี้ MK แบบขวด" หาซื้อได้ที่ร้าน MK ทุกสาขาและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศไทย
โดยเน้นกลุ่มลูกค้าทานที่บ้าน การส่งออกไปยังต่างประเทศ พร้อมกับเจาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร

3. ธุรกิจบริการ OEM/ODM
ภายใต้บริษัท IFS รองรับบริการออกแบบและผลิตครบวงจร สำหรับสินค้าหมวด เกี๊ยว, ชุบแป้งทอด, ติ่มซำ, บะหมี่ และอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกค้า ผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล

4. International Franchise
ร้านสุกี้ MK Restaurants แบรนด์สุกี้อันดับ 1 ของไทย และ ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด แบรนด์อาหารไทยซีฟู้ด ที่พร้อมเปิดรับคู่ค้า ร่วมผนึกกำลังขยายสาขา สร้างความเติบโตในต่างประเทศ นำพาอาหารไทยไปสู่เวทีโลก

5. M-Senko Logistic
ปี 2561 M ได้ร่วมกันกับ Senko Group Holding ของญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท M-Senko Logistic
ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบ One Stop Services for all Business รองรับสินค้าทั้งกลุ่มอาหารและไม่ใช่อาหารหรือ Non – Food นำความเชี่ยวชาญในการขนส่งแบบ cold-chain logistics บริการลูกค้าทั่วประเทศไทย

6. ธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ MK Wellness
M ได้จัดตั้งบริษัท มาร์ค วัน อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ "MK Wellness" และลุยสินค้ารีเทลในเครือเอ็มเค กรุ๊ป พัฒนาสินค้าด้วยแนวคิดนวัตกรรม พร้อมช่วยส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรไทย เป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายในช่องทางค้าปลีกของสินค้าในเครือ ที่พร้อมกระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงเปิดตลาดต่างประเทศ สานวิชั่นบริษัทในการนำนวัตกรรมมาสรรสร้างผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสังคม

พูดง่ายๆ คือ นักลงทุนจะเริ่มเห็นแล้วว่า M ไม่ได้พึ่งรายได้จาก "เอ็มเค" เพียงอย่างเดียว
แต่บริษัทยังพยายามสร้างนวัตกรรม หรือหาช่องทางใหม่ๆเพื่อเพิ่มการเติบโตของบริษัทได้ในอนาคต
สิ่งที่นักลงทุนพอจะทำได้ ตอนนี้คือติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างใกล้ชิด

อนึ่ง M เข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2556
ที่ราคา 49 บาท (ราคาพาร์ 1 บาท)
ปัจจุบันราคา 31.5 บาท เรียกได้ว่า "ต่ำจอง" เป็นที่เรียบร้อย

------------------------------------------------------------------------------
Reference
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์หยวนต้า

ผลประกอบการสำคัญ : บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Positioning Magazine

tradingview.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...