โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตม.1 จับเวียดนาม เพาะชำกัญชาขาย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 09.34 น.

ตม.1 จับเวียดนาม เพาะชำกัญชาขาย

วันที่ 28 ม.ค. พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1 รรท.ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ต.เจตน์ ยุทธโยธิน พ.ต.ต.สวรรค์ ราชพิทักษ์ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 น.ส.อรอนงค์ ศรีสุวรรณ นิติกรชำนาญการ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อม เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำหมายค้นของศาลอาญาที่ 35/2568 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เลขที่ 5/83 ซอยงามวงศ์วาน 32 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา จับกุม นาย เหงียน ง็อก ฮวน ชาวเวียดนาม อายุ 49 ปี ข้อหา ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ และจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (กัญชา) โดยไม่ได้รับใบอนุญาต พรบ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาฯ

พร้อมของกลางเป็นต้นกัญชา 929 ต้น และดอกกัญชา1 ถุง ภายในอาคารพาณิชย์ดังกล่าว

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบ บก.ตม.1 รับแจ้งมีการลักลอบปลูกกัญชา (ออแกนิค) ภายในอาคารพานิชย์ดังกล่าวมีคนต่างชาติดูแล ไปตรวจสอบพบเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชี้น 3 คูหา ภายในอาคารกำแพงทะลุหากันพบว่าที่บริเวณชั้น 1 ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่เก็บปุ๋ยและห้องพักของคนงาน

ส่วนชั้น 2 ดัดแปลงให้เป็นห้องที่มีสภาพสำหรับเพาะปลูก มีการติดตั้งอุปกรณ์เพาะปลูก อุปกรณ์สำหรับปรับสภาพอากาศ ติดแอร์กับพัดลม และให้น้ำให้แสง โดยที่ชั้น 2 นี้ พบต้นกัญชาโตเต็มวัยอยู่ภายในห้องประมาณ 108 ต้น พบต้นกัญชาขนาดเล็กที่อยู่ในระหว่างการเพาะชำอีก 136 ต้น รวมทั้งต้นกัญชาเพิ่งแตกยอดอ่อนและเมล็ดสำหรับเตรียมงอกอีกประมาณ 455 ต้น รวมทั้งพบถุงดอกกัญชาแปรรูปอบแห้งจำนวน 1 ถุง

ส่วนบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ดัดแปลงลักษณะคล้ายคลึงกัน คือติดตั้งระบบอุปกรณ์สำหรับเพาะปลูก โดยเฉพาะติดตั้งแอร์ พัดลม เครื่องให้น้ำให้แสง ปรับสภาพอากาศเต็มที่ ที่ชั้น 3 พบต้นกัญชาโตเต็มวัย จำนวน 128 ต้น และชั้น 4 พบต้นกัญชาโตเต็มวัยพร้อมออกดอก จำนวน 134 ต้น อย่างไรก็ตามตรวจสอบไม่พบว่าอาคารหลังดังกล่าวขอใบอนุญาตปลูกกัญชาถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างใด

จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอ้างว่าถูกจ้างมาดูแลอาคารหลังดังกล่าวได้ 3 เดือน ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน แต่เนื่องจากเพื่อนที่เหลือได้กลับบ้านไปก่อน เพราะอยู่ในช่วงเทศกาล เลยเหลือตัวเองอยู่คนเดียว ผู้ต้องหายังไม่ให้การเกี่ยวกับเรื่องของการปลูกกัญชา อ้างว่ามีหน้าที่เพียงแค่ดูแลต้นกัญชา หลังจากนี้ตำรวจจะสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่า กัญชาที่พบนั้นใครเป็นเจ้าของและมีการส่งออกไปขายที่ใด รวมทั้งส่งออกไปยังต่างประเทศหรือไม่

น.ส.อรอนงค์ เปิดเผยว่า ผู้ครอบครองอาคารหลังดังกล่าวเป็นนิติบุคคล จดทะเบียนใบอนุญาตจัดจำหน่ายแปรรูปกัญชาที่ จ.กาญจนบุรี แต่ไม่ได้จดทะเบียนจัดจำหน่ายแปรรูปกัญชาในพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่อย่างใด ดังนั้น อาคารพาณิชย์แหล่งดังกล่าวจึงปลูกกัญชาและแปรรูปดอกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนป้ายภายในอาคารที่ระบุว่าเป็นสถานที่แปรรูปกัญชาจึงเป็นป้ายที่ติดเพื่อสมอ้าง ส่วนใบอนุญาตของ อย. ที่พบในอาคารนั้น เป็นเพียงใบจดแจ้งว่ามีการปลูกกัญชากี่ต้นในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออก แต่ไม่ใช่ใบขออนุญาตแต่อย่างใด

น.ส.อรอนงค์ เผยอีกว่า ปกติแล้วการปลูกกัญชาที่ให้ผลดอกเพื่อนำมาแปรรูป จะต้องจดทะเบียนขออนุญาตกับทางราชการ โดยในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องไปจดทะเบียนที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ใบอนุญาตจะใช้ได้เฉพาะแต่ละพื้นที่และเฉพาะสถานที่เท่านั้น ไม่สามารถมาใช้รวมกันในหลายๆ ที่ได้ โดยใบอนุญาตจะมี 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทจัดจำหน่ายและแปรรูป ประเภทส่งออก และประเภทวิจัย

สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น อาคารหลังดังกล่าวรวมทั้งแรงงานจะถูกดำเนินคดีฐานไม่มีใบอนุญาตแปรรูปและจัดจำหน่ายสำหรับการปลูกกัญชาที่มีพืชดอก ถ้าหากพบว่ามีการส่งออกกัญชาแปรรูปไปยังต่างประเทศ จะมีความผิดเพิ่มขึ้นอีก ส่วนของกลางนั้น ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะดำเนินการยึดอายัดเอาไว้เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป

สำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะเพาะปลูกกัญชา โดยเฉพาะต้องการดอกกัญชามาใช้แปรรูปกับจัดจำหน่าย ต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีค่าธรรมเนียมที่ไม่แพง รวมทั้งเป็นการควบคุมให้กัญชาที่เพาะปลูกขึ้นมานั้นจัดจำหน่ายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชนจนกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป

เบื้องต้นชุดจับกุมนำตัวนาย เหงียน ง็อก ฮวน ส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...