โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

เชลซีโดนก่อน 2 ตุงเพราะลื่นล้ม แต่โชว์ฮึดชนะสเปอร์สศึกลอนดอน ดาร์บีแมตช์

Khaosod

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2567 เวลา 18.37 น.
(REUTERS/Dylan Martinez)

เชลซีตามหลัง 2 ประตูตั้งแต่ต้นเกมเพราะลื่นล้มล้วนๆ แต่หลังจากนั้นโชว์ฮึดยิงแซงชนะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไปอย่างสนุก ในศึกลอนดอน ดาร์บีแมตช์

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ศึกลอนดอน ดาร์บีแมตช์ “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดสนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี

เกมนี้เจ้าบ้านเลือกใช้งาน โดมินิก โซลันกี, ซน ฮึง-มิน, เบรนแนน จอห์นสัน ขณะที่ทีมเยือนส่ง นิโคลัส แจ๊กสัน, โคล พาลเมอร์, เปโดร เนโต ลงตัวจริง

เริ่มเกมมาแค่ 5 นาที มาร์ก กูกูเรยา ลื่นล้มกลางสนามเลยถูก เบรนแนน จอห์นสัน ฉกบอลไปได้แล้วควบหลุดมาทางด้านขวา ก่อนที่จอห์นสันจะปาดมาเสาแรกให้ โดมินิก โซลันกี สไลด์ตัวยิงตุงตาข่าย สเปอร์สออกนำ 1-0

นาที 11 จุดเริ่มต้นมาจากการลื่นล้มของ มาร์ก กูกูเรยา อีกครั้ง คราวนี้ถูก เบรนแนน จอห์นสัน แย่งบอลได้แล้วส่งต่อให้ เปโดร จ่ายต่อเข้าเท้า เดยัน คูลูเซฟสกี เลี้ยงตัดจากขวาเข้ากลางเขตโทษแล้วยิงหักข้อด้วยซ้ายเข้าประตูไป สเปอร์สทิ้งห่าง 2-0

นาที 17 มาร์ก กูกูเรยา จ่ายบอลออกซ้ายให้ เจดอน ซานโช สบช่องเลื้อยตัดเข้ากลาง ก่อนสับไกยิงลูกพุ่งเรียดไปชนเสาเข้าประตูอย่างเฉียบคม เชลซีไล่มาเป็น 1-2

นาที 31 เชลซีเกือบตีเสมอ โคล พาลเมอร์ พาบอลมายิงบริเวณหน้าเขตโทษ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ พุ่งตัวปัดลูกกระดอนมาเข้าทาง เปโดร เนโต ล็อกหนีกองหลังแล้วยิงซ้ำในพื้นที่เขตโทษ ฟอร์สเตอร์ยังไวใช้ขาเซฟได้อีก

นาที 34 สเปอร์สได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย ซน ฮึง-มิน เปิดเข้ากลางให้ ปาป มาตาร์ ซาร์ ชิงจังหวะกระโดดขึ้นโขกเต็มหัวลูกไปชนคานออกหลังอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก “ไก่เดือยทอง” นำอยู่ 2-1

ครึ่งหลังนาที 48 เจดอน ซานโช ไหลบอลเข้าพื้นที่เขตโทษด้านซ้าย มาร์ก กูกูเรยา โฉบมาเล่นด้วยการชิ่งคืนให้ซานโชปราดมายิง เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เซฟไว้ไม่ยอมให้เชลซีตีเสมอได้

นาที 57 เชลซีได้ลูกเตะมุมฝั่งขวาแล้วเล่นจ่ายสั้น โคล พาลเมอร์ ส่งต่อให้ มาโล กุสโต แต่งแล้วยิงด้วยขวาจากบริเวณหน้าเขตโทษ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ต้องออกแรงพุ่งปัดทิ้ง

นาที 59 มอยเซส ไคเซโด หลุดเข้าเขตโทษแล้วโดน อีฟส์ บิสซูมา เสียบล้มลง เชลซีจึงได้จุดโทษ โคล พาลเมอร์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปในนาที 61 สกอร์จึงเสมอกัน 2-2

นาที 68 สเปอร์สพลาดโอกาสทอง โดมินิก โซลันกี ดีดบอลลอยโด่งข้ามแนวรับไปทาง เดสตินี อูโดกี ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า แต่อูโดกีปล่อยให้ ซน ฮึง-มิน ซึ่งสปีดมาจากด้านหลังเป็นคนเล่น ทำให้ซนหลุดเดี่ยวโดยที่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร แต่ซนกลับยิงออกเองอย่างไม่น่าเชื่อ

นาที 73 โคล พาลเมอร์ ได้บอลทางด้านขวาแล้วเลี้ยงเลาะเข้าพื้นที่เขตโทษก่อนสับไกยิงไปติดบล็อกกองหลัง แต่บอลยังเป็นใจลอยไปเข้าทางปืน เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ฮาล์ฟวอลเลย์ทันทีลูกเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด เชลซีแซงนำ 3-2

นาที 83 โคล พาลเมอร์ ครองบอลในเขตโทษแล้วโดน ปาป มาตาร์ ซาร์ ชนจากด้านหลังล้มลง เชลซีจึงได้จุดโทษอีกครั้ง พาลเมอร์ลุกมาทำหน้าที่ยิงเองด้วยการชิพเข้ากลางประตูนิ่มๆ ในนาที 84 ทีมเยือนทิ้งห่าง 4-2

นาที 90+4 ติโม แวร์เนอร์ ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ ซน ฮึง-มิน ขืนตัวจากกองหลังที่ตามเบียดก่อนสับไกยิง โรเบิร์ต ซานเชซ ออกมาปิดมุมไวเลยบล็อกไว้ได้เยี่ยม สเปอร์สจึงพลาดได้ประตู

นาที 90+6 สเปอร์สได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย เจมส์ แมดดิสัน เล่นจ่ายสั้นแล้วเพื่อนชิ่งคืนให้เจ้าตัวเลื้อยเข้าเขตโทษ ก่อนที่แมดดิสันจะส่งต่อให้ ซน ฮึง-มิน ยิงเข้าไปให้เจ้าบ้านได้คืนอีกประตู แต่จบเกมเชลซีก็ชนะอยู่ดี 4-3

ทำให้ผ่าน 15 นัดเท่ากัน เชลซีเก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนน ยึดรองจ่าฝูง ตามหลังจ่าฝูงลิเวอร์พูล 4 แต้ม โดยเชลซีเตะมากกว่า 1 นัด ส่วนสเปอร์สมี 20 คะแนน อยู่อันดับ 11

ผลคู่อื่น ฟูแลม เสมอ อาร์เซนอล 1-1, อิปสวิช ทาวน์ แพ้ บอร์นมัธ 1-2, เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอ ไบรตัน 2-2

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลซีโดนก่อน 2 ตุงเพราะลื่นล้ม แต่โชว์ฮึดชนะสเปอร์สศึกลอนดอน ดาร์บีแมตช์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...