‘นฤมล’ ตั้งเป้าปี 2568 ลุยมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ให้ครบ 22 ล้านไร่
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 08.02 น. • The Bangkok Insight"นฤมล" ตั้งเป้าปี 2568 ลุยมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ให้ครบ 22 ล้านไร่ พร้อมเล็งตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่ม 2,500 แห่ง ครอบคลุมเกษตรกร 255,000 ครัวเรือน
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงผลการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2567 และแผนงานสำคัญปี 2568 พร้อมส่งมอบของขวัญปีใหม่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งให้เกษตรกรไทยมีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง ในงาน1 ปีจุดพลังเกษตรไทย 2568 ก้าวต่อไปเพื่อเกษตรกร
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย
ปี 2568 ตั้งเป้ามอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.ให้ครบ 22 ล้านไร่
มุ่งเน้นเทคโนโลยีด้านการเกษตร เช่น เกษตรแม่นยำ หรือเกษตรอัจฉริยะ มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง การจัดการที่ดินทำดินให้เกษตรกร และการบริหารจัดการน้ำ ดึงจุดเด่นของประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร ตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
การดำเนินการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ที่สานต่อจากอดีตรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือ การจัดที่ดินทำกินแก่เกษตรกรให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 1,066,643 แปลง ให้เกษตรนำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต
ในปีที่ผ่านมาได้ออกหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 333,897 ฉบับ (95%) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.5 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าให้ครบ 22 ล้านไร่ในปี 2568-2569
เล็งจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่ม 2,500 แห่ง
ในส่วนของกรมการข้าวได้ทำงานร่วมกับพี่น้องกับเกษตรกรอย่างเข้มแข็ง โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการผลิตข้าวด้วย ตนเอง ให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน ปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนแล้วทั้งสิ้น 4,985 แห่ง ครอบคลุมเกษตรกร 150,000 ครัวเรือน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จำนวน 200,000 ตัน
ในปี 68 จะมีการเพิ่มศูนย์ข้าวชุมชนอีก 2,500 แห่ง จะสามารถครอบคลุมเกษตรกร 255,000 ครัวเรือน
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการผลักดันให้เกิดชาวนาอาสา ที่เปรียบเสมือนอาสาสมัครเกษตรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกร เกี่ยวกับกิจกรรมการผลิตข้าว และช่วยเหลืองานของกรมการข้าว โดยมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือโครงการของกรมการข้าวให้ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งประสานงาน ช่วยเหลือ และให้ข้อเสนอแนะแก่กรมการข้าว รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาด้านข้าวของเกษตรกรในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น
เปิดตลาดปศุสัตว์ส่งออก
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีความสำเร็จในการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น สินค้าสัตว์ปีก เนื้อเป็ดปรุงสุก และโคมีชีวิต เป็นต้น ส่งผลให้มีมูลค่าส่งออกสินค้าปศุสัตว์เพิ่มขึ้นประมาณ 1,230 ล้านบาทต่อปี การพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร พัฒนาศักยภาพเกษตรกร ให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (ด้านพืช ปศุสัตว์ หม่อนไหม และบัญชี) รวม 27,824 ราย ส่งเสริมการสร้างพลังในชุมชน ด้วยการถ่ายทอดความรู้ 33,022 ราย ส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ธุรกิจชุมชน และวิสาหกิจชุมชน รวม 14,368 แห่ง
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรยังได้ดำเนินการในเรื่อง ๆ ต่าง อีกมากมาย เช่น กรมประมง ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงการปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดเพิ่มสูงขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มรวม 18,498.66 ล้านบาท อาทิ ยางพารา ข้าว และทุเรียน เป็นการเสริมสร้างโอกาสให้ประเทศไทย แะพัฒนาความร่วมมือด้านเกษตรต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดสินค้าเกษตรและเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยในต่างประเทศ
สอนต่อนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้
อย่างไรก็ตาม แผนงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2568 จะยังคงสานต่อ 9 นโยบายสำคัญของกระทรวง และพร้อมจับมือกับทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย มุ่งเน้นเทคโนโลยีด้านการเกษตร เช่น เกษตรแม่นยำ หรือเกษตรอัจฉริยะ มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง การจัดการที่ดินทำดินให้เกษตรกร และการบริหารจัดการน้ำ ดึงจุดเด่นของประเทศไทย
เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร
อ่านข่วเพิ่มเติม
- ‘รมว.นฤมล’ นั่งหัวโต๊ะประชุม คกก.มาตรฐานสินค้าเกษตร
- ‘รมว.นฤมล’ เปิดสัมมนา ‘ปลดล็อกเกษตรไทย ทุกปัจจัยคือโอกาส’
ติดตามเราได้ที่