โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mini Cooper Convertible 2025 รถเปิดประทุนหลังคาผ้ารุ่นปรับปรุงใหม่ เปิด-ปิดอัตโนมัติในเวลาเพียง 18 วินาที

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 10.32 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
Mini Cooper Convertible 2025 รถเปิดประทุนหลังคาผ้ารุ่นปรับปรุงใหม่ เปิด-ปิดอัตโนมัติในเวลาเพียง 18 วินาที

Mini Cooper Convertible 2025 รถเปิดประทุนหลังคาผ้ารุ่นปรับปรุงใหม่ เปิด-ปิดอัตโนมัติในเวลาเพียง 18 วินาที

Mini Cooper S Convertible 2025 รถยนต์เปิดประทุนสี่ที่นั่ง ผสานสัดส่วนที่กระทัดรัดพร้อมมอบความสนุกสนานของการขับขี่ในทุกรูปแบบ ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าดึงดูดใจมากที่สุดในตระกูล MINI และเป็นการกลับมาอีกครั้ง ณ โรงงาน MINI ในอ็อกซ์ฟอร์ด บ้านเกิดของแบรนด์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษนั่นเอง

ดีไซน์ของ Mini Cooper Convertible MY2025 ยังคงมากับชุดไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ โดยจะขนาบข้างทั้งสองฝั่งของกระจังหน้าใหม่รูปทรง 8 เหลี่ยม ที่ถูกล้อมกรอบด้วยวัสดุสีเงิน Vibrant Silver มาพร้อมตราสัญลักษณ์ตัว S สีแดงที่อยุ่บนพื้นสีดำลายรังผึ้งด้านใน นอกจากนั้นยังมากับ กันชนหน้าและหลังที่ออกแบบใหม่ และล้ออัลลอยด์แบบใหม่ โดยในสเปกที่วางขายในสหรัฐอเมริกาจะมีขนาด 17 นิ้วหรือ 18 นิ้ว ในขณะที่เวอรชันที่ตลาดยุโรปจะมีขนาด 16 นิ้ว เป็นอีกตัวเลือก

รถเปิดประทุนทรงเสน่ห์กับดีไซน์สุดคลาสสิก
ด้วยสัดส่วนที่กะทัดรัด มาพร้อมกับล้อขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 620 มิลลิเมตร ส่งผลให้ Mini Cooper S Convertible 2025 คันนี้มีความคล่องตัวสูง สามารถควคุมรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เติมเต็มความสนุกสนานในทุกๆ การขับขี่ ด้านหน้าออกแบบให้ดูโปร่งสบายสร้างบุคลิกใหม่ที่ช่วยให้น้องดูพรีเมียมมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Vibrant Silver และ สีดำ Jet Black มันวาว ไฟหน้า LED มาตรฐาน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ 3 รูปแบบ ติดตั้ง Welcome Light Animation ด้วยการฉาย Logo ของ MINI หลังคาเป็นแบบผ้าใบสีดำ พร้อมตัวเลือกลายธงยูเนี่ยนแจ็คสีเทา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ MINI เป็นออฟชั่นเสริมได้อีกด้วย ติดตั้งระบบป้องกันการพลิกคว่ำไว้ที่บริเวณด้านหลังพนักพิงศีรษะ ซึ่งจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติทันทีที่ระบบตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดการพลิกคว่ำ

เมื่อมองจากด้านข้าง ให้อารมณ์ความเป็นสปอร์ตคาร์ ด้วยมิติตัวถัง ยาว 3,879 มิลลิเมตร กว้าง 1,744 มิลลิเมตร และสูง 1,431 มิลลิเมตร ล้อดีไซน์ใหม่ปรับให้เหมาะสมกับหลักอากาศพลศาสตร์ มีให้เลือก 2 ขนาด แบบ 16 และ 18 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ปรับได้ 3 รูปแบบเช่นเดียวกัน ทางด้านพื้นที่เก็บสัมภาระ หากไม่ได้เปิดหลังคาผ้าใบจะมีพื้นที่อยู่ที่ 160 ลิตร และเมื่อเปิดหลังคาจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 215 ลิตร และสามารถเก็บของได้อีกบริเวณใต้เบาะหลัง

ภายในห้องโดยสารเรียบง่ายด้วยวัสดุคุณภาพ

Mini Cooper S Convertible 2025 เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบในลักษณะ Charismatic Simplicity ที่ลดส่วนประกอบให้น้อยลง มีเพียงพวงมาลัยทรงสปอร์ต หน้าจอแสดงผล OLED ติดตั้งตรงกลางแผงคอนโซล แถบสวิตช์ปุ่มควบคุมที่ออกแบบใหม่ และ Head-up Display ที่แสดงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวรถ ห้องโดยสารทำจากวัสดุผ้าสองสีโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล สร้างบรรยากาศให้น่ารื่นรมย์และดูแลรักษาง่าย เบาะโดยสารนั่งสบาย มีให้เลือกทั้งสีเทาและสีดำ เป็นการผสมผสานระหว่างหนังเทียมและผ้าทอในโทนสีน้ำเงิน ในส่วนของรุ่น JCW มีให้เลือกทั้งสีเบจและสีน้ำเงิน Nightshade Blue

หน้าจอแสดงผล OLED ความละเอียดสูงสั่งการด้วยระบบสัมผัส ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถได้อย่างสะดวกสบาย มาพร้อมกับระบบสั่งการด้วยเสียง MINI Operating System 9 โดยสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาดิจิทัลและแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนมาแสดงบนหน้าจอ เปิดประสบการณ์ศูนย์กลางการควบคุมที่ง่ายเพียงนิ้วคลิก

โหมดการขับขี่ MINI Experience สร้างประสบการณ์อันสมจริง
มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 โหมด โดยจะเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศภายในรถให้เข้ากันในแต่ละโหมด แน่นอนว่า DNA ของรถยนต์ MINI ได้รับการออกแบบประสบการณ์การขับขี่แบบพิเศษ ให้อยู่ในโหมด Go-Kart ซึ่งหน้าจอแสดงผล แผงหน้าปัด และแผงประตู จะเปลี่ยนเป็นสีแดงตามรูปแบบของไดนามิก นอกจากนี้ยังมี Personal Mode ที่คุณสามารถสร้างสรรค์การออกแบบห้องโดยสารตามสไตล์ของคุณเอง สามารถอัพโหลดรูปถ่ายส่วนตัวผ่านแอพ MINI และเลือกใช้เป็นพื้นหลังของหน้าจอแสดงผลได้ รวมถึงแผงหน้าปัด Ambient light เพื่อปรับ Mood & Tone ของห้องโดยสารแบบกำหนดเองได้เช่นเดียวกัน

เครื่องยนต์ของ Mini Cooper S Convertible 2025 รุ่นใหม่นี้ ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2 ลิตร 4 สูบ ในรุ่นเริ่มต้นผลิตพละกำลัง 120 กิโลวัตต์ / 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 8.2 วินาที Top Speed อยู่ที่ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง และในรุ่น Performance ผลิตพละกำลัง 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 6.9 วินาที Top Speed อยู่ที่ 237 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ระบบความปลอดภัยสูงสุด
ติดตั้งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ มาพร้อมการควบคุมที่คล่องตัว มีระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เหล็กกันโคลงที่โหลดไว้บนเพลาช่วยรองรับแรงเหวี่ยงและช่วยปรับสมดุลที่ดีในการเข้าโค้ง มีการปรับจูนพวงมาลัยและระบบควบคุมเสถียรภาพใหม่ทั้งหมด เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกๆ สถานการณ์ ด้วยแพ็คเกจ Driving Assistant Plus ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้องรอบทิศทาง 4 ตัว ทำให้ระบบช่วยจอดสามารถตรวจจับที่จอดรถโดยอัตโนมัติแม้ในพื้นที่จำกัด ติดตั้งระบบ Panorama View ช่วยให้มองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มเติมด้วยระบบ Remote 3D View ที่ช่วยให้สามารถถ่ายโอนภาพไปยังอุปกรณ์พกพาได้แบบง่ายดาย

Mini Cooper S Convertible 2025 มีสีตัวถังให้เลือกถึง 12 แบบ รวมถึงสี Copper Grey สุดพิเศษ และฝาครอบกระจกมองข้างแบบเลือกสีได้ทั้ง Jet Black และ Glazed White ยังไม่มีข้อมูลการจัดจำหน่ายในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...