โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Jim Simons คือใคร? ทำไมถึงสร้างผลตอบแทนได้ถึง 39% ต่อปี

Finnomena

อัพเดต 16 ก.ย 2565 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2565 เวลา 05.00 น. • Mr. Serotonin

เวลาเราพูดถึงนักลงทุนระดับตำนานผู้สร้างผลตอบแทนเหนือตลาดได้อย่างยาวนาน เราคงนึกถึง Warren Buffett หรือ Peter Lynch ต้นแบบนักลงทุน VI ปัจจัยพื้นฐาน หรือถ้าหันไปทางฝั่ง Macro trader ผู้ที่มีชื่อเสียงร่ำลือคงเป็นคุณ George Soros, Stanley Drukenmiller หรือคุณ Jim Rogers แก๊งเรนเจอร์สาย Macro ผู้เคยสร้างผลตอบแทนระดับตำนานในอดีต แต่จริง ๆ แล้วทางด้านสาย Quant คุณ Jim Simons ถือได้ว่าเป็นต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จได้อย่างยาวนานและสร้างผลตอบแทนในระดับสูงเหนือตลาด ถ้าพร้อมแล้วเราลองมาสำรวจเส้นทางชีวิตของคุณ Jim Simons กันเลย

เรื่องราวของ Jim Simons นักถอดรหัสข่าวกรองสู่นักถอดรหัส “ตลาดหุ้น”

คุณ James Simons หรือที่เรารู้จักกันอย่างคุ้นหูในวงการว่า Jim Simons คือหนึ่งในนักลงทุนผู้สร้างผลตอบแทนระดับตำนานผ่านกองทุน Medallion Fund ของ Hedge fund อย่าง Renaissance Technologies ผู้สร้างผลตอบแทนแบบถล่มทลายในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์การลงทุน ผลตอบแทน 66% ต่อปีก่อนหักค่าธรรมเนียม 39% ต่อปีหลังหักค่าธรรมเนียม ชายคนนี้ทำได้อย่างไรกัน? คุณ Jim Simons นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะผู้นี้ ลืมตาดูโลกในวันที่ 25 เมษายน ปี 1938 ณ เมือง Brookline รัฐ Massachusetts เริ่มแรกแต่เดิมทีคุณ Jim Simons จบการศึกษาด้านคณิตศาสตร์จากสถาบันชั้นนำอย่าง MIT ก่อนมาทำงานเป็นนักถอดรหัสข้อมูลข่าวกรองให้กับสำนักความมั่นคงแห่งชาติในช่วงสงครามเวียดนาม Jim Simons ใช้ทักษะที่ได้จากการทำงานในฐานะนักถอดรหัสข้อมูลข่าวกรองมาไขความลับในตลาดการเงินและทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า… ซ้ำแล้วซ้ำเล่า… “ตอนที่ผมเพิ่งเริ่มเทรด ผมรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคณิตศาสตร์เล็กน้อย มันเป็นตอนที่ผมมีอายุ 30 ปลาย ๆ ผมมีเงินเพียงน้อยนิด ผมเริ่มเทรดและมันไปได้ดีมาก ๆ ผมทำเงินได้จำนวนมากโดยโชคล้วน ๆ ซึ่งมันยังไม่ใช่โมเดลทางคณิตศาสตร์” “แต่หลังจากผมมองไปที่ข้อมูลและตระหนักได้ว่าสิ่งนี้มันมีโครงสร้างบางอย่าง ผมจึงจ้างนักคณิตศาสตร์และเริ่มทำโมเดลกัน เหมือนกับที่เราทำกันที่สำนักความมั่นคงแห่งชาติ คุณออกแบบอัลกอริทึมและทดสอบมันบนคอมพิวเตอร์ ดูว่ามันได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างต่อเนื่อง” “ผมไม่รู้วิธีการจ้างนักเทรดจากปัจจัยพื้นฐาน ผมเคยจ้างบางคน บางคนสามารถทำเงินได้และบางคนก็ไม่” ในช่วงที่โมเดลการลงทุนยังไม่สมบูรณ์ คุณ Jim Simons เคยเผชิญกับการขาดทุนไปถึง 40% คุณ Jim Simons ได้จ้างนักวิทยาศาสตร์ผู้สนใจริลองทำสิ่งใหม่ ๆ จนโมเดลการลงทุนของ Renaissance Technologies มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอย่างที่หลาย ๆ คนรู้กันว่าโลกของ Quant คือการจับนกผสมไม้ จับแพะชนแกะจากข้อมูลหรือปัจจัยต่าง ๆ มาทดสอบและดูผลลัพธ์ Renaissance Technologies จึงเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับราคาสินทรัพย์ที่มีขนาดกว่าพันล้านกิกะไบต์ในทุก ๆ วันและทดสอบ จนได้โมเดลที่ประสบความสำเร็จและปล่อยให้ AI ทำการซื้อขายแทนมนุษย์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ปราศจากอารมณ์โลภหรือกลัวยามตัดสินใจ หลังจากนั้น Renaissance Technologies ก็กลายเป็นกองทุน Hedge fund ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ผ่านการเทรดสินทรัพย์หลากหลายรูปแบบ โดยกองทุน Medallion กลายเป็นกองทุนเรือธง Flagship ที่สร้างผลตอบแทนอย่างไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในระยาว ซึ่งในปี 1988-2018 กองทุน Medallion สร้างผลตอบแทนไปถึง 66% ต่อปี หรือคิดเป็น 39% หลังหักค่าธรรมเนียมซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ ในประวัติศาสตร์โลกการลงทุน และเมื่อวกไปถึงความเห็นของนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett และ Charlie Munger ที่ถึงแม้ใจจริงจะไม่ได้สนับสนุนแนวคิดการเทรดสินทรัพย์ พวกเขายังต้องเอ่ยปากชม Jim Simons “พวกเขาฉลาดมาก ๆ ” - Warren Buffett “พวกเขาฉลาดและรวยมาก และอยู่ในระดับสูง” - Charlie Munger

Jim Simons จึงถือเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ของนักลงทุนระดับโลก ผู้ซึ่งไขความลับของตลาดการเงินได้อย่างน่าทึ่งอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ ต่อไปเราลองมาดูขนาดของกองทุน Renaissance Technologies กัน ว่าจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน

ยิ่งใหญ่เทียบเคียง Ray Dalio นักลงทุน Hedge fund เลื่องชื่อ Bridgewater Associates

ภาพแสดงลักษณะกองทุน RIEF ที่มา: เอกสารนำเสนอการขายหลัง IPO บลจ. แอสเซทพลัส

ในปี 2018 กองทุน Renaissance Technologies เคยสร้างรายได้และมีขนาดสินทรัพย์เป็นประวัติการณ์ยืนอันดับหนึ่งเทียบเคียงกับกองทุน Hedge fund ระดับโลกอย่าง Bridgewater ผู้เคยหลบหลีกวิกฤตการเงินในปี 2008 อย่างงดงามมาแล้ว! จุด ๆ นี้เป็นตัวยืนยันชั้นดีว่ากองทุน Renaissance ไม่ใช่กองทุนธรรมดาสามัญ แต่เป็นกองทุนระดับ Word class โดยแท้จริง

ถึงจุดนี้แฟนพันธุ์แท้คุณ Jim Simons คงตั้งคำถาม? กองทุน Renaissance ไม่ได้เปิดรับเงินลงทุนเพิ่มมานานแล้วหนิ จะลงทุนได้อย่างไร?

Berkshire Hathaway แพงหูฉี่และเก่งกาจฉันใด ย่อมมีคนอยากได้มาครอบครองมากฉันนั้น ชื่อเสียงของ Berkshire Hathaway ถึงกับทำให้มีคนแตกหุ้นออกมาเป็น BRK Class A และ Class B หากเทียบกับกองทุน Renaissance คงเป็นเรื่องที่ไม่ต่างกัน กองทุน Renaissance ปิดรับเงินลงทุนเพิ่มเติม ตามสไตล์กองทุน Hedge fund ที่บางกองจะเป็นกองทุนปิดเพื่อให้จัดการเงินลงทุนได้อย่างสะดวก เข้ามือตนเอง เลือกช้อปหุ้นสินทรัพย์ได้ตามอัธยาศัย ตามการรายงานของ Wall Street Journal ในปี 2018 "เปิดรับเงินลงทุนจากพนักงาน ลูกค้าที่ลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นและผู้โชคดีรายอื่น ๆ เพื่อจำกัดขนาดของเงินทุนและรักษาความคล่องตัวในการสร้างผลตอบแทนเอาไว้" (แต่ผมเชื่อว่านักลงทุนพันธุ์แท้หลาย ๆ คนเช่นคุณต้องรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีมาอย่างยาวนานและต้องตาลุกวาวถึงโอกาสการลงทุนในครั้งนี้เป็นแน่!!!)

ภาพแสดงรายงานการปิดรับเงินลงทุนของกองทุน Renaissance ที่มา: เอกสารนำเสนอการขายหลัง IPO บลจ. แอสเซทพลัส

แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วกองทุน ASP-LEGACY-UI กองทุนที่ทำให้คุณเติบโตไปกับผู้ก่อตั้งกองทุน Quant ระดับตำนานได้!!

ASP-LEGACY-UI ไปลงในกองทุน Renaissance ได้อย่างไร?

กองทุน ASP-LEGACY-UI จะเข้าไปลงทุนผ่านกองทุน Wellspring GBL Fund อีกทอดหนึ่ง ซึ่งกองทุน Wellspring GBL Fund เป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนของ Renaissance อย่าง Renaissance Institutional Equities Fund (RIEF) อยู่แล้ว และในตอนนี้กำลังเปิดรับนักลงทุนเพิ่มเติมอยู่ จึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีของเราในการคว้าโอกาสลงทุนกับกองทุน Hedge fund ระดับโลก!!

กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ASP-LEGACY-UI

ภาพแสดงลักษณะกองทุน RIEF ที่มา: เอกสารนำเสนอการขายหลัง IPO บลจ. แอสเซทพลัส

  • ใช้กลยุทธ์ลงทุนบริหารผ่านการเปิดสถานะ Long (เก็งขาขึ้น) และ Short (เก็งขาลง)
  • มุ่งสร้างผลตอบทุนส่วนเพิ่ม (Alpha) หรือการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาทำได้โดดเด่นเหนือดัชนี S&P 500*
  • ใช้กลยุทธ์ที่ช่วยลดความผันผวนให้น้อยกว่าตลาด
  • กระจายการลงทุนในหุ้นกว่า 1,000+ ตัว ทั้งหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นในประเทศอื่น ๆ ซึ่งถือได้ว่ามีความยืดหยุ่นและหลากหลาย*ผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียม

สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตของกองทุน ASP-LEGACY-UI

ภาพแสดงสัดส่วนการลงทุนของกองทุน RIEF ที่มา: เอกสารนำเสนอการขายหลัง IPO บลจ. แอสเซทพลัส

จากภาพเราจะเห็นได้ว่าสัดส่วนการลงทุนได้กระจายไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ในขณะที่ลูกเล่นของกองทุนนี้อยู่ที่สัดส่วนการเปิดสถานะ Long และ Short แบบผสมผสานลงตัว ช่วยลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม ซึ่งเราจะเห็นได้ในรูปถัดไป

ผลตอบแทนและการควบคุมความผันผวนในระดับ High Class

รีวิวกองทุน:ASP-LEGACY-UI ลงทุนกับกองทุนนักลงทุนระดับตำนาน Jim Simons ผู้สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 30% ต่อปี!! จน Warren Buffett ยังซูฮก

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุน REIF LLC - Series B มีค่าความผันผวนหรือ S.D. ที่ต่ำกว่าดัชนี S&P 500 และดัชนีหุ้นเล็กอื่น ๆ อีกทั้งยังสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีเหล่านั้นอีกด้วย

สรุปจุดเด่นกองทุน ASP-LEGACY-UI

  • บริหารผ่านกลยุทธ์การเปิดสถานะผสมผสานทั้ง Long และ Short ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรายังหาไม่ได้มากนักในกองทุนรวมไทย
  • ถึงกลยุทธ์ดังกล่าวจะดูมีความเสี่ยงแต่ด้วยชื่อเสียงและฝีมือของคุณ Jim Simons ที่ถึงแม้จะลงจากการบริหารกองทุน Medallion แต่ตนยังดำรงตำแหน่งในฐานะประธานกรรมการของ Renaissance
  • ผลงานระยะยาวของคุณ Jim Simons ในอดีตถือได้ว่าเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องจึงช่วยให้นักลงทุนไว้วางใจได้ระดับหนึ่ง
  • ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาด ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำกว่า พิสูจน์ผ่านผลงานในระยะยาว
  • กระจายการลงทุนในหุ้นหลากหลายตัว เน้นหนักแต่ละอุตสาหกรรมตามความเหมาะสมในแต่ละช่วง

กองทุน ASP-LEGACY-UIเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน

  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบการลงทุนแบบ Active เร้าใจ ชอบสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้เหนือตลาด
  • สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่สามารถลงทุนด้วยจำนวนเงินมากกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไปในครั้งแรก และ 1 แสนบาท สำหรับลงทุนในครั้งถัดไป
  • เหมาะกับนักลงทุนที่ชื่นชอบและหลงใหลแนวทางการลงทุนเชิง Quant

นโยบายการลงทุนของกองทุน ASP-LEGACY-UI

  • กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ คือ กองทุน Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) Class B Shares ซึ่งจัดต้ังภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และบริหารจัดการโดย Quantum GBL, LLC ทั้งน้ี จะมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีความเสี่ยงระดับ 8+

แนวทางการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • แนวทางการบริหารเพื่อป้องกันความเสี่ยง : โดยกองทุนมีนโยบายท่ีจะทําการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัตราไมน้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศอย่างไรก็ดีในกรณีท่ีสภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ค่าธรรมเนียมและเงินลงทุนขั้นต่ำของกองทุน ASP-LEGACY-UI

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ:ไม่เกิน 2.00% (เก็บจริง 1.50%)
  • ค่าธรรมเนียมขาย:ไม่เกิน 2.00% (ปัจจุบันไม่เรียกเก็บ)
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ:4.4900%
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก:1,000,000 บาท
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งถัดไป:100,000 บาท

ภาพแสดงรายละเอียดเงินลงทุนขั้นต่ำและการซื้อขายกองทุน RIEF ที่มา: ASSET PLUS Fund Factsheet วันที่: 27 กรกฎาคม 2022

Jim Simons คือใคร? ทำไมถึงสร้างผลตอบแทนได้ถึง 39% ต่อปี

ภาพแสดงรายละเอียดค่าธรรมเนียมกองทุน RIEF ที่มา: ASSET PLUS Fund Factsheet วันที่: 27 กรกฎาคม 2022

*การขายคืนหน่วยลงทุนสามารถทำได้ในช่วงวันทำการสุดท้ายของเดือน **คำนวณ NAV T+8 และ T+9 วันทำการ หลังจากทำรายการซื้อขาย กองทุน Renaissance ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุน Hedge fund ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และเคยสร้างผลตอบแทนแบบถล่มทลายจนต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกการลงทุนมาแล้ว หากใครสนใจลงทุนในกองทุน Hedge fund ที่มีคุณภาพโดยแท้จริงกองทุน ASP-LEGACY-UI ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ควรจัดไว้บนชั้นวางให้นักลงทุนเลือกสรรโดยแท้

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

Mr. Serotonin

ปิดท้ายอีกทีด้วยช่วงขายของจาก FINNOMENA! หากใครมีเงิน 500,000 บาท อยากลงทุน แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรก็ลองใช้บริการ FINNOMENA Exclusive มีที่ปรึกษาการลงทุนประกบคู่ช่วยเดินเคียงให้คุณ

รับบริการที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวจาก FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาทเท่านั้น

👉 ลงทะเบียน คลิก >>>https://finno.me/finnomena-x-service

ส่วนใครคิดจะเริ่มลงทุนกองภาษีไม่อยากล่ก ๆ รีบ ๆ ท้ายปี เราก็มีที่ปรึกษาการลงทุนช่วยเหลือให้ด้วยเช่นกัน!

รับบริการผู้แนะนำการลงทุนกองภาษีส่วนตัวจาก FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนกองภาษี 200,000 บาทขึ้นไป

👉 ลงทะเบียน คลิก >>>https://finno.me/taxplanner-services

คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

References

เอกสารนำเสนอการขายหลัง IPO บลจ. แอสเซทพลัส https://analyzingalpha.com/jim-simons-trading-strategy#:~:text=in%20its%20price.-,In%20his%20book%2C%20'The%20Man%20Who%20Solved%20the%20Market%2C,of%20more%20than%20%24100%20billion. https://www.newtraderu.com/2022/07/06/28-billion-day-trader-that-even-warren-buffett-acknowledges/ https://www.longtunman.com/23597

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...