โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โศกนาฏกรรมอิแทวอน ฝันร้ายของชาวเกาหลี คืนวันฮัลโลวีน 'ชัชชาติ' เร่งถอดบทเรียน หวั่นเกิดซ้ำขึ้นในไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 พ.ย. 2565 เวลา 20.04 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2565 เวลา 20.04 น.

เป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญชาวโลกอย่างมาก สำหรับกรณีอิแทวอน ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

เมื่อผู้คนชาวเกาหลีรวมถึงนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศทั่วโลก เดินทางไปร่วมฉลองเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ของคนเกาหลีใต้ หลังรัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ภายนอกอาคาร ครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดคิด ผู้คนเบียดเสียดในพื้นที่จำกัดจนนำไปสู่การเหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยราย

ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงและสะเทือนใจคนเกาหลีในรอบ 8 ปี นับจากโศกนาฏกรรมเรือเซวอลล่ม ในปี พ.ศ.2557

“อิแทวอน” สถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ เป็นชื่อย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนชื่อดังในกรุงโซล ที่เกิดเหตุเป็นเพียงซอยแคบข้างโรงแรมแฮมิลตัน ลักษณะทางเดินเป็นเนินและมีความลาดชันยาว มีความกว้างประมาณ 4 เมตร

เมื่อผู้คนหลักแสนมารวมตัวกัน จึงเกิดการอัดแน่นจนเกิดการหกล้มและทับกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนรวมถึง 156 ศพ ได้รับบาดเจ็บอีกหลักร้อย ส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว และเป็นเพศหญิงกว่าครึ่ง

ในยอดผู้เสียชีวิตพบว่าเป็นชาวต่างชาติถึง 26 คน หนึ่งในนั้นมีคนไทยรวมอยู่ด้วย

ย่านอิแทวอนกลับมาโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกอีกครั้ง จากความสำเร็จของซีรีส์เรื่อง “Itaewon Class” ที่ออกอากาศในปี 2020 ที่ใช้ย่านนี้เป็นสถานที่หลักในการถ่ายทำ และเป็นย่านที่มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ ครบครันทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร-ภัตตาคารที่ขายอาหารนานาชาติจากทั่วโลก รวมไปถึงผับ บาร์ ตลอดข้างทาง

เมื่อ “Itaewon Class” ประสบความสำเร็จและถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2020 สร้างชื่อให้ทีมนักแสดง ยังทำให้อิแทวอนกลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสำคัญของเกาหลีใต้ขึ้นมา

นอกจากใช้สถานที่เป็นแหล่งถ่ายทำซีรีส์ ฉากเที่ยวงานวันฮัลโลวีนของ “พัคแซรอย” (ชื่อพระเอกของเรื่อง) ในย่านอิแทวอนแห่งนี้ ที่มาตามคำบอกเล่าของ โอซูอา ผู้เป็นรักแรก ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้อิแทวอนกลายเป็นแหล่งเฉลิมฉลองเทศกาลฮัลโลวีนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตามรอยความดังของซีรีส์

ซีรีส์ดังบวกกับสถานที่เป็นที่รู้จัก คือผลแห่งพลังซอฟต์เพาเวอร์หลักของเกาหลีใต้ ที่สร้างมูลค่าและเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างล้นหลาม

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เทศกาลฮัลโลวีนในย่านอิแทวอนในปีนี้ จะหนาแน่นไปด้วยผู้คน เดินทางมารวมตัวกัน จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมสุดเศร้าขึ้นมา

156 ผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมอิแทวอน หนึ่งในนั้นมีคนดังอย่าง “อีจีฮัน” วัย 25 ปี อดีตผู้เข้าแข่งขันในรายการเซอร์ไววัลชื่อดังอย่างรายการ PRODUCE 101 ซีซั่น 2 และเคยฝากผลงานทางการแสดงในเว็บดราม่าเรื่อง The Butterfly Dream ในปี 2019 รวมถึง “คิมยูนา” เชียร์ลีดเดอร์ทีมเบสบอลชื่อดัง ก็อีกหนึ่งเหยื่อโศกนาฏกรรมในครั้งนี้

ขณะที่คนไทยที่เสียชีวิต เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี จาก จ.มหาสารคาม ที่เดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อเรียนภาษา โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้ทำหน้าที่ช่วยประสานงานกับทางการเกาหลีใต้ พร้อมให้ความช่วยเหลือในการจัดการศพ

ภายหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ กิจกรรมเกี่ยวกับวันฮัลโลวีนในเกาหลีใต้ถูกยกเลิกทั้งหมด รวมถึงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต, แฟนมีตติ้ง, การเปิดตัวซีรีส์, รายการวาไรตี้ และอื่นๆ ถูกประกาศงดออกอากาศชั่วคราว เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับโศกนาฏกรรมใหญ่ครั้งนี้

รวมถึงมีเหล่าคนดังในวงการบันเทิงของเกาหลีออกมาแสดงความเสียใจผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว อาทิ เหล่านักแสดง จองอิลอู, อีจงวอน, โซจีซบ, ชเวชีวอน, โกมินชี, โกโซยอง, 2 นักร้องชื่อดัง เกรย์ และจีดราก้อน รวมถึงซนฮึงมิน นักฟุตบอลชื่อดัง ที่ออกมาโพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย

ด้านประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ของเกาหลีใต้ ทันทีที่ได้รับรายงานได้เดินทางมาสถานที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามสถานการณ์และประกาศการไว้ทุกข์ระดับชาติถึงเที่ยงคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน ขณะที่ “ฮัน ด็อกซู” นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้สำนักงานตำรวจออกมาชี้แจงการรับมือของเจ้าหน้าที่ต่อเหตุการณ์อิแทวอน หลังมีรายงานออกมาว่ามีการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์สายด่วนกว่า 10 สายก่อนเกิดเหตุ พร้อมให้คำมั่นจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด และแก้ไขเชิงระบบเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ฟาก “โอ เซฮุน” นายกเทศมนตรีกรุงโซล ก็ได้ออกมาขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตา

ในรายงานข่าวของสื่อแดนโสมมีการระบุว่า ในวันเกิดเหตุ ทางการได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวเพียง 137 คนเท่านั้น ทั้งที่เป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายงานออกมาว่า ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ใช้ตำรวจมากถึง 700 คน ในการคุ้มกันการเดินทางของตัวเองในแต่ละวัน ทำให้ชาวเกาหลีใต้ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนสาเหตุของการเกิดโศกนาฏกรรมยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ แต่ก็มีบางรายงานระบุว่าเพราะมีการตะโกนให้มีการผลัก-ดันของคนบางกลุ่ม

ขณะที่อีกข่าวลืออ้างว่าเพราะมี “คนดัง” มาเที่ยวผับย่านนี้ ผู้คนเลยกรูกันเข้าไปในซอยแคบ และคนที่ถูกพูดถึงคือพระเอกหนุ่ม “ยูอาอิน” ก่อนที่ทางต้นสังกัดจะออกมาชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และยูอาอินเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่ 29 ตุลาคมแล้ว

ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นทางรัฐบาลเกาหลีได้สนับสนุนเงินค่าทำขวัญ 20 ล้านวอนให้กับคนเกาหลีและชาวต่างชาติที่เสียชีวิต และจ่ายค่าจัดงานศพรายละ 15 ล้านวอน พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษากับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง

เหตุการณ์สุดเศร้าครั้งนี้ ทำให้คนทั่วโลกร่วมถึงคนในสังคมโลกออนไลน์ถามถึงวิธีป้องกัน การรับมือเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย รวมไปถึงวิธีป้องกันตัวเองหากตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีคนจำนวนมาก จนแฮชแท็ก #อิแทวอน ในทวิตเตอร์มียอดการทวีตข้อความในวันเกิดเหตุเป็นล้านครั้ง

เรื่องนี้ “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์หลังสังคมไทยถามถึงการรับมือสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ในไทย ที่จะมีคนแห่มาร่วมงาน พร้อมชี้แจงความพร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยในการจัดงานเทศกาลลอยกระทง ว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นบทเรียนที่จะต้องนำมาปรับเพิ่มมาตรการในการจัดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ กทม.

โดยเฉพาะการจัดงานลอยกระทง ที่คลองโอ่งอ่าง ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากคล้ายกับที่อิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ จึงกำชับไปยังรองผู้ว่าฯ ให้ดูแลกวดขันเรื่องของทางเข้าทางออกงาน กำหนดจุดขายของ และการจัดกิจกรรมต่างๆ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าเพื่อตรวจนับจำนวนคนภายในงาน

ถ้าเป็นไปได้จะให้กล้อง CCTV ช่วยจับภาพ เพื่อเน้นความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง รวมทั้งไม่ให้มีการละเล่นในพื้นที่จัดงาน

ทั้งนี้ ไม่ได้กังวลเรื่องการเบียดกันจนเสียชีวิต แต่กลัวเรื่องตกน้ำอันตรายกว่า ซึ่งทุกเขตที่จัดงานลอยกระทงจะต้องทำแผนเข้ามา

สิ่งที่เห็นจากเหตุการณ์ที่เกาหลีใต้พบว่าประชาชนสามารถทำ CPR ได้ ซึ่งทาง กทม.ได้สอนเรื่องนี้ และในอนาคตจะให้โรงเรียนในสังกัด กทม. มีหลักสูตรเกี่ยวกับการทำ CPR อย่างจริงจัง แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่พอเกิดเรื่องมาจะเป็นเรื่องใหญ่ ถือว่ามีความสำคัญ ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสถานบันเทิงต่างๆ ให้มีมาตรการที่เข้มงวด และต้องเพิ่มความเคร่งครัดที่มากขึ้น พร้อมจะมีการตรวจสอบพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงและมีลักษณะคล้ายกับอิแทวอน เช่น สีลมซอย 2 เป็นต้น

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมอิแทวอนครั้งนี้ ทำให้ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย ต้องหันกลับมาศึกษา เตรียมความพร้อมในการรับมือ และการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่เป็นฝันร้ายของคนในประเทศ ซ้ำรอยประเทศเกาหลีใต้ขึ้นมาอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...