โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Stripe ยักษ์เพย์เม้นท์เกตเวย์มะกัน รุกขยายธุรกิจในไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2565 เวลา 09.42 น.

Stripe เปิดตัวในไทย หวังผนึกธุรกิจทุกกลุ่มสร้างช่องทางชำระเงินครบวงจร เติบโต GDP ดิจิทัล

วันที่ 26 ตุลาคม 2565 นายธีร์ ฉายากุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท Stripe ประเทศไทย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน กล่าวว่า

ประเทศไทยมีเศรษฐกิจดิจิทัลที่โตเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการเปิดรับอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีการชำระเงินทางดิจิทัล ซึ่งช่วยให้หลายธุรกิจฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ได้ และเป็นพื้นฐานขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป

อย่างไรก็ดีการโอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็ยังมีความยุ่งยากและขาดประสิทธิภาพ Stripe ต้องการกำจัดอุปสรรคนี้โดยการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อช่วยให้ ธุรกิจที่มีความมุ่งมั่น เพิ่มรายได้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น และได้ใช้ระบบอัตโนมัติกับงานที่สร้างมูลค่าต่ำของ ธุรกิจ พร้อมช่วยในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกโดยการบริหารจัดการที่สะดวกสบายผ่านแดชบอร์ดเดียว ยิง Stripe

“สำหรับประเทศไทย ช่องทางพร้อมเพย์เป็นช่องทางที่สะดวกมากและได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน แต่ การจัดการหลังบ้าน ทำรีพอร์ต หรือการรีฟันด์ ที่ธุรกิจที่ใช้พร้อมเพย์ทุกวันนี้ยังต้องทำรายงานด้วยมืออยู่ แต่ลองนึกดูว่าถ้าวันหนึ่งธุรกิจขยายตัวและต้องรับธุรกรรมจำนวนมาก คงจะนั่งทำด้วยมือไม่ไหว”

ในการนี้ Stripe ได้นำเสนอบริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ซับซ้อนให้ธุรกิจไทยทุกขนาด โดยช่วยลดเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการประมวลผลการชำระเงิน เพื่อให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถมุ่งพัฒนาธุรกิจหลักของตนได้เต็มที่เมื่อขยายสู่ตลาดโลก ทั้งนี้ธุรกิจไทยที่ใช้ บริการของ Stripe สามารถรับการชำระเงินผ่าน พร้อมเพย์ และเครือข่ายบัตรเครดิตรายใหญ่เช่นวีซ่า และ มาสเตอร์การ์ด ซึ่งปัจจุบันมี 6 รูปแบบ

1. ระบบ Billing ที่ครอบคลุม การออกใบเสร็จเรียกเก็บค่าสินค้าและบริการ และการชำระเงินตามรอบ

2.ระบบ Checkout สำหรับหน้าการ ชำระเงินแบบสำเร็จรูป

3. ระบบ Payment Links สำหรับการออกลิงก์เพื่อชำระเงินสำหรับอีคอมเมิร์ซ ระบบ Invoicing สำหรับการออกใบแจ้งหนี้เพื่อการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ และการกระทบยอดธุรกรรม

4. ระบบ Invoicing สำหรับการออกใบแจ้งหนี้เพื่อการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ และการกระทบยอดธุรกรรมแบบอัตโนมัติ
5. ระบบ Radar สำหรับตรวจจับและป้องกันการทุจริต
6. ระบบ Connect สำหรับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ และมาร์เก็ตเพลส และอื่นๆ

โดยมีการ Soft Launch เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาและมีลูกค้าธุรกิจไทยกว่าพันรายได้ใช้บริการ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจและทุกขนาดทั้งเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ และเอ็นเตอร์ไพรส์

นายธีร์ ระบุว่า ค่าบริการจากธุรกิจจะคิด 3.6% ต่อธุรกิจ และบวกเพิ่ม 10 บาท มองเป้าหมายไว้ว่า การทำตลาดบริการด้านการชำระเงินนี้ จะเติบโตเมื่อลูกค้าหรือพาร์ตเนอร์เติบโต

“ยิ่งลูกค้าของเราสามารถขยายขนาดธุรกิจได้มาก ก็จะยิ่งมีธุรกรรมมาก ดังนั้นมันจะส่งผลต่อรายได้เราทีหลัง”

อย่างไรก็ตาม นายธีร์ ยังไม่ได้ระบุว่าเป้าหมายกำไรของ Stripe ประเทศไทยจะเกิดขึ้นเมื่อใด เนื่องจากในระยะแรกนี้จะต้องมุ่งเน้นการ “พูดคุย” กับลูกค้าธุรกิจไทยเพื่อหาปัญหาด้านการชำระเงินและนำเอากรณีศึกษาจากลูกค้า Stripe ทั่วโลกมาช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจให้ลูกค้าไทย

การเข้าถึงลูกค้าไทยจะชูจุดเด่นสามประการคือ

1.การช่วยขยายธุรกิจให้ลูกค้า จากฐานลูกค้า Stripe ทั่วโลก และสกุลเงินทั้งหมดจะสามารถเชื่อมต่อธุรกิจไทยเข้ากับ API ระดับโกบอลได้

2. ช่วยคิด/ออกแบบ โมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่น การออกแบบระบบ Subscribtion ให้ง่ายขึ้น

3.ความง่ายในการเชื่อมต่อ จากปัญหาการ KYC ที่ธุรกิจจะต้องดำเนินการกับลูกค้าของตนจะทำให้การเชื่อมต่อ หรือการสมัครใช้มีความล่าช้าราว 1-2 เดือน แต่หากใช้ Stripe ธุรกิจสามารถใช้ Sub Merchant และฐานข้อมูลลุกค้าของบริษัทเพื่อต่อกับ Stripe

“ถ้าเขาไม่มีโซลูชั่นการชำระเงินที่ชัดเจน เขาจะไม่สามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ได้ เราจึงต้องพูดคุยเพื่อหาความต้องการเเล้วช่วยเหลือเขา” นายธีร์ กล่าว

ท้ายสุด นายธีร์ กล่าวถึงภารกิจของ Stripe ที่ต้องการเพิ่ม GDP ให้กับเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตว่า โลกเศรษฐกิจดิจิทัลหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ Stripe คือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเปลี่ยนลูกค้าที่อยู่ออฟไลน์มาออนไลน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโวลลุ่มของการชำระเงินทางดิจิทัล นี่คือการเพิ่ม GDP ดิจิทัล

โดยปัจจุบันนี้แม้มีระบบการชำระเงินดิจิทัลมากมาย แต่ยังมีปัญหาคือความยุ่งยากที่ระบบของร้านค้าที่เงินมาจากหลายช่องทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...