ปลัดมท. เผยคนจน 3.8 ล้านครัวเรือน แก้ได้แล้ว 50.09% ย้ำไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ปลัดมท. เผยคนจน 3.8 ล้านครัวเรือน แก้ได้แล้ว 50.09% ย้ำไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สั่งทุกจังหวัดรีเช็กข้อมูลความเดือดร้อนส่งตรงผู้ว่าฯ
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2565 ที่กระทรวงมหาดไทยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรม รัฐวิสาหกิจและสำนักงานจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์
นายสุทธิพงษ์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านกลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนในพื้นที่ มีผู้ว่าฯ และนายอำเภอเป็นแม่ทัพแก้ไขปัญหาความยากจนร่วมกับขุนพลในทุกจังหวัด อำเภอ ซึ่งนิยามของคำว่าความยากจน คือทุกเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอยู่ และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
"จากผลการสำรวจการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยในแพลตฟอร์ม ThaiQM ภาพรวมประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ต.ค.) พบว่ามีครัวเรือนที่ประสบปัญหา จำนวน 3,810,466 ครัวเรือน สามารถแก้ไขปัญหาแล้ว 1,908,619 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 50.09 เมื่อจำแนกตามจำนวนปัญหา มีจำนวน 12,143,656 เรื่อง แก้ไขแล้ว 5,159,142 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 55.48"
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างครอบคลุม ครบถ้วน ต่อเนื่อง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย จึงให้ทุกจังหวัดได้ลงไปสำรวจรีเช็กข้อมูลสภาพปัญหาในแพลตฟอร์ม ThaiQM ทั้ง 35 ปัญหา แล้วจำแนกออกมาให้ท่านผู้ว่าฯ ได้เห็นว่าในจังหวัดมีปัญหาอะไรอยู่บ้าง เพื่อสามารถพิจารณาสั่งการหน่วยงานราชการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหา เช่น ปัญหาคนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็ต้องให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด ทั้ง กศน. สพม. สพป.เป็นหน่วยงานหลัก ปัญหางานทะเบียนและบัตร (ไม่มีชื่อในทะเบียน ไม่มีบ้านเลขที่) ก็ต้องให้นายอำเภอในแต่ละท้องที่ดำเนินการ
นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ย้ำว่านายอำเภอต้องเป็นธุระในทุกปัญหา เพราะนายอำเภอเป็นนายกฯ ของอำเภอที่ต้องพุ่งเป้าแก้ไขปัญหา หากปัญหาใดเกินกำลังของอำเภอ ให้แจ้งขอรับการสนับสนุนไปยังผู้ว่าฯ ซึ่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดในฐานะเลขานุการร่วม ต้องเป็นศูนย์กลางในการประชุมทีมเลขานุการร่วม ประกอบด้วย พัฒนาการจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด และจ่าจังหวัด เพื่อกำกับดูแล ติดตามประเมินผล วิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็ง ปัญหาอุปสรรค ความสำเร็จของอำเภอตัวอย่าง เพื่อเป็นต้นแบบให้กับทุกอำเภอ ทุกตำบล/หมู่บ้านได้ รวมทั้งหาแนวทางการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง นำเสนอผู้ว่าฯ เพื่อรายงานมายังตนต่อไป
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า การเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการมหาดไทยทุกคนต้องมีอุดมการณ์บำบัดทุกข์ บำรุงสุข โอกาสดีในการทำงานต้องแปลงออกมาเป็นความเอาใจใส่ ต้องรอบรู้ทุกเรื่องของพื้นที่จังหวัด การแก้ไขปัญหาความยากจน กระดุมเม็ดแรก คือต้องหาเป้าให้เจอ ทุกจังหวัดต้องไปเช็กว่าสถิติปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของจำนวนครัวเรือน/ประชากรในจังหวัดที่ร้อยละ 21 หรือไม่ หากต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ย ต้องคาดการณ์ว่าข้อมูลที่มีอยู่อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และต้องมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันลงไปรีเช็กข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนในแต่ละหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง
"ส่วนกระดุมเม็ดที่สอง คือการลงไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามแนวทางอยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน โดยทุกจังหวัดต้องกำหนดให้การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็น KPIs ของจังหวัด อำเภอ กรม และรองปลัดกระทรวงประจำภาคด้วย"นายสุทธิพงษ์ กล่าว