โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ในวันที่โลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วเกินคาด เจาะอินไซต์จากเวที Partner to Grow 2026 เมื่อ CPF และคู่ค้าใช้ Data เป็น “อาวุธ”

Positioningmag

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • PR News

วันนี้โลกธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้นทั้งจากปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คาด ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์ ไปจนถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อม เมื่อความผันผวนกลายเป็นความปกติใหม่ “ห่วงโซ่คุณค่า” จึงก้าวขึ้นมาเป็นสนามแข่งขันสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยในสมรภูมินี้ ไม่มีองค์กรใดเติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงลำพัง สำหรับ CPF ผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ที่มีคู่ค้ากว่า 5,000 ราย และส่งออกผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 ประเทศ เป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก จึงวัดจากความแข็งแกร่งของทุกคนในห่วงโซ่ ซึ่งเป็นที่มาของการขับเคลื่อน Ecosystem ร่วมกับคู่ค้าผ่านโครงการ Partner to Grow เพื่อเสริมศักยภาพและเติบโตเคียงข้างกัน
นายทศพร เพ็ชรโปรี ผู้บริหารสูงสุดด้าน Supply Chain Technology and Quality บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟย้ำกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตเคียงข้างกับคู่ค้าปีนี้ว่า “โลกในวันนี้ การแข่งขันในอุตสาหกรรมไม่ได้เป็นการแข่งขันระหว่างบริษัทอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง ecosystem ที่สามารถบริหารความไม่แน่นอนได้ดีกว่า องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุด คือ องค์กรที่สามารถทำให้ทั้งห่วงโซ่อุปทานตัดสินใจบนข้อมูลเดียวกัน และเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยโครงการ Partner to Grow ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 4 จึงเป็นมากกว่าความร่วมมือระหว่าง CPF และคู่ค้า เราให้ความสำคัญในการสร้าง data-driven ecosystem ที่เชื่อมโยงการทำงานของคู่ค้าทั้งระบบเข้าด้วยกัน แนวคิด AI Plus จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการวางรากฐานให้ข้อมูลกลายเป็นภาษากลางของทั้ง ecosystem และใช้ AI พัฒนาฐานข้อมูลกลายเป็นอาวุธสำคัญ เพราะเราเห็นชัดว่าในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ความได้เปรียบจะอยู่กับผู้ที่สามารถใช้ข้อมูลจริงในการมองเห็นล่วงหน้า ตัดสินใจได้เร็วกว่า และปรับตัวได้ก่อน”


5 โจทย์ที่คู่ค้ายุคใหม่ต้องก้าวให้ทัน ผ่านการใช้ “ข้อมูล” เป็นคำตอบ
CPF ขับเคลื่อนพร้อมกับคู่ค้า ผ่าน 5 โจทย์สำคัญของโครงการ Partner to Grow ในปีนี้ ที่สะท้อนความจริงของการแข่งขันยุคใหม่ โดยใช้ "ข้อมูล" เป็นอาวุธหลักในการรับมือความผันผวนและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ


โจทย์แรก เริ่มต้นด้วย Delivery & Service จากอินไซต์ว่า การส่งมอบในยุคนี้จะไม่ใช่แค่การส่งสินค้าได้ตรงเวลาและครบตามจำนวนที่กำหนด (On Time In Full) แต่ในยุคที่การขนส่งระหว่างประเทศอาจมีความท้าทายมากขึ้น คู่ค้าจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์และวางแผนล่วงหน้า บริษัท พีวี ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตแป้งชุบทอด ผงปรุงรส ผงหมัก ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายแป้งชุบทอดให้กับทาง CPF ถือเป็นตัวอย่างคู่ค้าที่เปลี่ยนวิธีคิดจากการ "รับออร์เดอร์แล้วค่อยผลิต" สู่การใช้ข้อมูลนำหน้า “ตอนนี้บริษัทฯ ใช้ AI วิเคราะห์จากฐานข้อมูลว่าในแต่ละเดือน CPF สั่งผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ทำให้สามารถวางแผนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ได้ล่วงหน้า ทำงานคล่องตัวขึ้น และต้นทุนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” นายภาวิช โตกะคุณะ ประธานกรรมการ บริษัท พีวี ฟู้ดส์ จำกัด อธิบาย
อีกโจทย์ที่สำคัญคือ Quality เพราะแม้ส่วนผสมจะเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ผู้บริโภคก็สัมผัสได้ จึงต้องควบคุมคุณภาพผ่านข้อมูลที่สม่ำเสมอในทุกล็อตการผลิต บริษัท เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้ง จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ส่งมอบให้ CPF มากกว่า 10 ปี ได้เลือกใช้เทคโนโลยีมาตอบโจทย์นี้ ด้วยการนำกล้อง AI มาตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในสายการผลิต ซึ่งให้ความแม่นยำในระดับที่สายตาไม่สามารถทำได้ เพื่อ รับประกันคุณภาพและความปลอดภัยก่อนถึงมือลูกค้าทุกชิ้น


หากคุณภาพคือสิ่งที่ลูกค้าปลายทางสัมผัสได้ ต้นทุนคือสิ่งที่องค์กรต้องวัดผลในทุกวัน CPF มองว่าการแข่งขันในวันนี้คือการบริหารต้นทุนแฝงที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการทำงาน Cost Competitiveness จึงเป็นอีกโจทย์สำคัญสำหรับองค์กรและคู่ค้า บริษัท สยาม พีเอ็ม อุตสาหกรรม จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ปตท. และหนึ่งในคู่ค้าของ CPF จึงเลือกตอบโจทย์นี้ด้วยนวัตกรรม Oil Analysis “เรามองต้นทุนในเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่อหน่วย เราใช้ข้อมูลคาดการณ์ว่าควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อใดและนานแค่ไหน ซึ่งประหยัดได้ทั้งต้นทุนการซ่อมบำรุงและไม่ปล่อยทรัพยากรสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์” นายมนตรี คชกิจจารักษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด กล่าว


และเมื่อการบริหารธุรกิจต้องเดินควบคู่กับความรับผิดชอบต่อโลก Sustainability จึงกลายเป็นอีกโจทย์สำคัญของธุรกิจและคู่ค้าทั่วโลก โดยเฉพาะ CPF ที่มีลูกค้าหลักในยุโรป ซึ่งเผชิญมาตรการเข้มงวดอย่าง CBAM และมาตรฐาน ESG ที่ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ บริษัท เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้ง จำกัด ที่แปลงจุดอ่อนในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้กลายเป็นจุดแข็งด้านความยั่งยืนโดย นายวิศรุต ศิรินิ่มนวลกุล รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “เราเน้นเรื่องของการลด Carbon footprint เป็นหลัก เพราะถึงแม้พลาสติกจะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก แต่กลับใช้พลังงานในการแปรรูปต่ำที่สุด ดังนั้นเราจึงเน้นการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่อย่างปลอดภัยและได้คุณภาพ ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตได้มากกว่าสามเท่า เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 300 ต้น ต่อปี”


Innovation เป็นโจทย์สุดท้ายที่เป็นไฮไลท์สำคัญของปีนี้ โดย CPF ไม่ได้มองเพียงว่านวัตกรรมคือสิ่งที่ต้องตามให้ทัน แต่ต้องนำหน้าอุตสาหกรรมไปอีกขั้น ดังเช่นที่ นายธเนศ ภูวภิรมย์ขวัญ ประธานฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน บริษัท ทีแพ็ค แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ยกตัวอย่างกระบวนการทำงานในฐานะคู่ค้าของ CPF ว่า “ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เราจึงต้องปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบสนองลูกค้า โดยผสาน AI ช่วยลดเวลาในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผ่านการใช้ Simulation ทำให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วขึ้น และมีความยืดหยุ่นในการออกแบบที่หลากหลายกว่าเดิม”
ทั้งหมดนี้คือ 5 โจทย์สำคัญที่คู่ค้ายุคใหม่ต้องก้าวให้ทัน โดยในสถานการณ์ที่ผันผวนนี้ ความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการ ทั่วโลกเผชิญอยู่ คือการบริหารให้มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบสินค้าและบริการถึงมือลูกค้าได้อย่างที่ตั้งใจ ด้วยคุณภาพและกระบวนการผลิตที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล เส้นทางที่ Partner to Grow มุ่งขับเคลื่อนในปีนี้จึงชัดเจนว่า การที่ CPF และคู่ค้าเดินหน้าเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ และยกระดับการใช้นวัตกรรมให้เกิดผลลัพธ์ที่มากขึ้นกว่าเดิม ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เพียงแต่อยู่รอดในสนามแข่งขันที่ผันผวน แต่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกอุตสาหกรรมอาหารไทยทั้งหมดขึ้นสู่ “ครัวของโลกที่ยั่งยืน” ไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...