โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุทาหรณ์! ก้างปลาติดคอ 11 วัน หมอยันไม่มีค้างแล้ว สุดท้ายโผล่ทะลุหลังหู

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
อุทาหรณ์ใกล้ตัว! หญิงรายหนึ่งแชร์ประสบการณ์สุดขนลุก หลังเผลอกลืนก้างปลา ติดคอนาน 11 วัน แม้แพทย์ประเมินว่าไม่น่าค้างอยู่แล้ว แต่กลับโผล่ทะลุออกมาบริเวณหลังหู สร้างความตกใจอย่างมาก

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Rungravee Chaiwirattikul ที่ออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับ “ก้างปลาติดคอ” ซึ่งกลายเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิด

เจ้าของโพสต์ ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. โดยเธอได้ไปพบแพทย์ถึง 3 ครั้ง ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นตรงกันว่า ก้างปลาน่าจะหลุดลงไปแล้ว ประกอบกับเธอไม่มีอาการเจ็บคอขณะรับประทานอาหาร จึงเชื่อว่าไม่น่ามีสิ่งแปลกปลอมตกค้าง

อย่างไรก็ตาม เธอยังคงรู้สึกปวดบริเวณด้านข้างคอ หลังใบหู จึงใช้มือลองกดและสังเกตอาการอยู่เป็นระยะ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าก้างปลาจะสามารถทะลุออกมาด้านนอกได้หรือไม่

กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 24 เม.ย. เธอลองกดบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง และเริ่มมั่นใจว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่ภายใน แต่ยังไม่กล้าดึงออก เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบเส้นเลือดหรือเส้นประสาท

ต่อมาในเช้าวันที่ 25 เม.ย. ระหว่างล้างหน้า เธอกลับสัมผัสได้ถึงของแข็งแหลมบริเวณหลังหู เมื่อลองจับดูพบว่ามีลักษณะคล้ายปลายก้างปลาโผล่ออกมาจากผิวหนัง จึงตัดสินใจค่อย ๆ ดึงออก ก่อนพบว่าเป็นก้างปลาจริง และมีเลือดไหลออกมาหลังจากดึง

ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ระบุว่า ถือเป็นความโชคดีที่ก้างปลาไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่จุดอันตรายภายในร่างกาย พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่เผชิญเหตุลักษณะดังกล่าว ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และพบแพทย์ทันทีหากมีความผิดปกติ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...