‘ณัฐพงษ์’ นำทีมฝ่ายค้านบุกศาล รธน. สกัด พ.ร.ก. กู้ 4 แสนล้าน
"ณัฐพงษ์" นำทีมฝ่ายค้านบุกศาล รธน. สกัด พ.ร.ก. กู้ 4 แสนล้าน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน โสภณ กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
วันนี้ (11 พ.ค.) ณ อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้รวมพลังยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วัตถุประสงค์เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้น เป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า มีข้อน่าสังเกตที่ประชาชนควรช่วยกันตรวจสอบ คือความพยายามของรัฐบาลในการสอดไส้เงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาท ซึ่งระบุว่าเป็นส่วนของแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ทั้งที่เนื้อหาดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนถึงขั้นต้องออกเป็น พ.ร.ก. โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามว่า รัฐบาลกำลังนำเงินส่วนที่จะใช้เยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อให้ได้เงินกู้ก้อนนี้ไปใช้ในโครงการอื่นหรือไม่
ในคำร้องดังกล่าว ฝ่ายค้าน ได้นำเสนอข้อมูลต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า แผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องหลายปี จึงควรเข้าสู่กระบวนการงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่รัดกุม การนำมาออกเป็น พ.ร.ก. เงินกู้ฯ ในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและขาดความจำเป็นอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์การกู้เงินฉุกเฉินที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
เนื่องจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว นายณัฐพงษ์ จึงเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือคำวินิจฉัยเบื้องต้นให้ระงับการเบิกจ่ายเงิน โดยเฉพาะในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้ก่อน เพราะหากรัฐบาลกู้เงินและใช้จ่ายไปแล้ว แต่ภายหลังศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. นี้ขัดรัฐธรรมนูญและไม่มีผลบังคับใช้มาแต่ต้น จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาว่าเงินมหาศาลที่ถูกใช้ไปแล้วนั้นจะเรียกคืนหรือดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร
ทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยันยันว่าได้พิจารณาเขียนคำร้องอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่สังคมเคยตั้งข้อสังเกตต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตที่อาจถูกมองว่าก้าวล่วงอำนาจบริหาร เช่น กรณีการระงับโครงการรถไฟความเร็วสูงโดยอ้างเหตุผลเรื่องถนนลูกรัง ดังนั้นการยื่นคำร้องครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ข้อเท็จจริงทางกฎหมายและวินัยการเงินการคลังเป็นสำคัญ เพื่อให้ศาลพิจารณาบนบรรทัดฐานที่ถูกต้อง
นอกจากกระบวนการในศาลแล้ว ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ควบคู่ไปด้วย นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้ายว่าหากรัฐบาลมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาตีเช็คเปล่าหรือปกปิดข้อมูล ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องใช้เสียงข้างมากโหวตคว่ำการตั้ง กมธ. ชุดนี้ เพราะกระบวนการของ พ.ร.ก. มีการกลั่นกรองน้อยกว่างบประมาณปกติอย่างมาก การมีกรรมาธิการมาช่วยตรวจสอบจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลที่โปร่งใสควรสนับสนุน
ติดตามเราได้ที่