กางบัญชี ปากเรือ เทียบอาวุโส ชิง ผบ.ทร. ตท.25-ตท.27 สู้ พลัง ตท.26 จับตา 'บิ๊กเฟื่อง' กับ ศึกฟริเกต วัดอนาคต ผบ.ทร.คนใหม่
รายงานพิเศษ
กางบัญชี ปากเรือ
เทียบอาวุโส ชิง ผบ.ทร.
ตท.25-ตท.27 สู้ พลัง ตท.26
จับตา ‘บิ๊กเฟื่อง’
กับ ศึกฟริเกต วัดอนาคต ผบ.ทร.คนใหม่
ด้วยเป็นยุคทองของเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ที่มีทั้ง รมว.กลาโหม, ผบ.ทบ., ผบ.ทอ. และแกนนำรุ่นอยู่ในระดับนำของกองทัพและฝ่ายความมั่นคงจำนวนมาก
ส่งผลต่อทิศทางในการแต่งตั้งโยกย้ายของกองทัพเรือ ที่จะมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) คนใหม่ในโยกย้ายเดือนกันยายน 2569 นี้ไม่น้อย
เพราะจะทำให้แคนดิเดตที่เป็นเตรียมทหารรุ่น 26 ได้เปรียบกว่าแคนดิเดตรุ่นอื่น
โดยแคนดิเดต ผบ.ทร. มี 4 คน ทั้ง ตท.25-26 และ ตท.27 เตรียมทหารรุ่น 26 มีบิ๊กเอก พล.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร. และบิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นตัวเต็ง
พล.ร.อ.นเรศมีอายุราชการถึงปี 2571 หากเป็นผู้บัญชาการทหารเรือก็จะนั่ง 2 ปีกำลังดี
ขณะที่ พล.ร.อ.กรวิทย์มีอายุราชการเหลือแค่ปี 2570 หากได้เป็น ผบ.ทร.ก็จะได้นั่งแค่ปีเดียว
คู่แข่งของเตรียมทหาร 26 เป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงอย่างบิ๊กต้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ รุ่นน้องเตรียมทหาร 27 และมีอายุราชการถึง 2571 เท่า พล.ร.อ.นเรศ
ถือว่าเป็นแคนดิเดตที่มาแรง เพราะด้วยตำแหน่งหน้าที่เสนาธิการทหารเรือ และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทำให้มีบทบาทและมีโอกาสได้ทำงานกับนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม
ในห้วงที่ผ่านมาปรากฏภาพ พล.ร.อ.ธาดาวุธถูกเรียกไปที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีและ พล.ท.อดุลย์เรื่องการจับกุมขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน และเรือน้ำมันที่ประวิงเวลากลางทะเล โดยได้ร่วมนั่งแถลงข่าวกับนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมด้วย
พล.ร.อ.ธาดาวุธนับเป็นแคนดิเดตที่ไม่ธรรมดา รุ่นพี่ต้องจับตามอง แต่ด้วยสถานการณ์อำนาจที่ พล.ท.อดุลย์ เตรียมทหารรุ่น 26 ได้ รมว. กลาโหม ในขณะที่มีผู้บัญชาการเหล่าทัพหลักเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 ทั้งบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็น ผบ.ทบ. และบิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็น ผบ.ทอ. ขณะที่แกนนำรุ่นก็อยู่ในตำแหน่งห้าเสือแต่ละเหล่าทัพ ส่งผลให้พลังของเตรียมทหารรุ่น 26 ไม่อาจมองข้าม
โดยเฉพาะในการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพลกันยายน 2569 นี้
อย่างไรก็ตาม การที่เตรียมทหารรุ่น 26 จะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งแผง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนาทีนี้ขึ้นอยู่กับเตรียมทหารรุ่นพี่ ตท.24 ที่ยังคงเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพในปัจจุบันและกำลังเกษียณราชการในโยกย้ายปลายปีนี้ด้วยว่าจะเลือกเตรียมทหาร 26 ขึ้นมาเป็น ผบ.เหล่าทัพแทนหรือไม่
โดยเฉพาะบิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ซึ่งเป็นแกนนำเตรียมทหารรุ่น 24 ย่อมมีอำนาจในการเสนอชื่อ ผบ.ทร.คนใหม่ที่จะมารับไม้ต่อจากตนเอง โดยที่ฝ่ายการเมืองก็ไม่สามารถแทรกแซงได้
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าในคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม หรือบอร์ด 7 เสือกลาโหมนั้น ฝ่ายการเมืองซึ่งมี รมว.กลาโหมและ รมช.กลาโหมรวมแค่ 2 เสียง ไม่อาจแทรกแซงหรือสั่งการให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใดเลือกใครตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการได้
ยิ่งในยุคของ พล.ท.อดุลย์ มี รมว.กลาโหมแค่คนเดียว ไม่มี รมช.กลาโหมก็ทำให้มีเสียงแค่หนึ่งเสียงในบอร์ด 7 เสือกลาโหมเท่านั้น
เป็นไปได้ยากที่ พล.ท.อดุลย์จะขอร้องหรือสั่งการให้เลือกใครเป็น ผบ.ทร. และไม่มีประเพณีปฏิบัติที่จะให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพโหวตให้นายทหารคนใดขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เนื่องจากแต่ละเหล่าทัพจะไม่แทรกแซงอำนาจของกันและกัน
กระแสข่าวในกองทัพเรือจึงให้จับตามองไปที่บิ๊กอ๋อย พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รอง ผบ.ทร. เตรียมทหารรุ่น 25 ที่แม้จะเหลืออายุราชการแค่ปี 2570 แต่มีข่าวว่ามีความสนิทสนมกับ พล.ร.อ.ไพโรจน์มาตั้งแต่เป็นนายทหารเรือเด็กๆ สมัยเรียนหลักสูตรต่างๆ ก็คอยช่วยเหลือกัน
ที่สำคัญ หากเทียบอาวุโส ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกองทัพเรือ จะพบว่าในปัจจุบัน พล.ร.อ.สุชาติอาวุโสลำดับที่ 3 รองจาก พล.ร.อ.ไพโรจน์ และ พล.ร.อ.พิจิตร ศรีรุ่งเรือง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเท่านั้น อีกทั้งยังครองอัตราพลเรือเอกพิเศษด้วย
ขณะที่ พล.ร.อ.นเรศ เตรียมทหารรุ่น 26 มีอาวุโสรองลงมาในลำดับที่ 9 ของกองทัพเรือ
ส่วน พล.ร.อ.ธาดาวุธ (ตท.27) ครองอาวุโสในลำดับที่ 13
ส่วน พล.ร.อ.กรวิทย์ (ตท.26) ครองอาวุโสลำดับท้ายสุด ในบรรดา 4 แคนดิเดต ผบ.ทร. โดยอยู่ในลำดับที่ 16 แต่ พล.ร.อ.กรวิทย์ถูกจับตามองในประเด็นที่เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกและจัดซื้อจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ของกองทัพเรือ ซึ่งถือว่าได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการสำคัญ
อีกทั้งการที่ พล.ร.อ.กรวิทย์ได้ไปฝึกหลักสูตรนายทหารราชองครักษ์ (นรอ.) แบบปุบปับ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะมีสัญญาณบวกว่าจะได้ ผบ.ทร. แต่เป็นเรื่องเหตุการณ์ และคำสั่งเฉพาะหน้า ซึ่งก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ เพราะทั้ง พล.ร.อ.นเรศ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ก็ล้วนเป็นนายทหารราชองครักษ์แล้วทั้งสิ้น
อีกทั้งปัจจัยเรื่องการเป็น นรอ. ไม่ได้มีผลต่อการขึ้นเป็น ผบ.ทร. เนื่องจากที่ผ่านมามีแคนดิเดตหลายคนที่ไม่ได้เป็น นรอ.มาก่อนก็สามารถขึ้นเป็น ผบ.ทร.ได้ เช่น บิ๊กจ๊อด พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ และบิ๊กแมว พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ เป็นต้น
โดยปกติแล้วกองทัพเรือให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสเป็นอย่างยิ่ง
แต่ในระยะหลังเรื่องขั้วอำนาจในกองทัพเรือ ที่ต้องการวางทายาทต่อเนื่องกันมาหลายยุคสมัย ทำให้มีการมองข้ามคุณสมบัติในเรื่องความอาวุโสไป และสามารถขึ้นเป็น ผบ.ทร.โดยไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ แล้วทั้งสิ้น เช่น ไม่ต้องเป็นผู้ช่วยทูตทหารมาก่อน ไม่ต้องอยู่ในตำแหน่งหลัก 5 ฉลามกองทัพเรือมาก่อน และไม่ต้องเติบโตมาในตำแหน่งสำคัญหรือตำแหน่งหลักเป็นส่วนใหญ่มาก่อน
ดังนั้น จึงยากที่จะยึดหลักการใดเป็นจุดยืนสำคัญของกองทัพเรือ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่ถืออำนาจ จะวางตัวทายาท ให้ใครขึ้นมาคุมกองทัพเรือแทน
ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับ ผบ.ทร.เพียงคนเดียว อีกทั้ง พล.อ.ไพโรจน์ เป็นเตรียมทหารรุ่น 24 ไม่ใช่เตรียมทหารรุ่น 26 จึงไม่อาจสามารถพูดคุยหรือล็อบบี้ได้
และมีโอกาสที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์จะเลือก พล.ร.อ.สุชาติ ตท.25 หรืออาจเป็น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ตท.27 โดยไม่เลือกเตรียมทหาร 26 ก็เป็นได้
แต่ทั้งนี้ให้จับตามองการต่อรองสำคัญของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะในยุค พล.ท.อดุลย์ ที่อาจจะมีเชื่อมโยงไปถึงโครงการจัดซื้อจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้อนุมัติงบประมาณไว้ 1.7 หมื่นล้านบาท ในการจัดซื้อลำแรกในงบประมาณปี 2569 แล้ว
และในปีงบประมาณ 2570 นี้ รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณอีก 1.7 หมื่นล้านบาทสำหรับเรือฟริเกต ลำที่ 2
ทั้งนี้ กองทัพเรือได้มีการออก TOR สเป๊กของเรือฟริเกตที่ต้องการออกมาแล้วและมีบริษัทต่างๆ เสนอตัวเข้าแข่งขันรวม 11 บริษัท จากเนเธอร์แลนด์ สเปน อิตาลี ตุรกี สิงคโปร์ เกาหลีใต้ จีน และรัสเซีย
มีแนวโน้มว่ากองทัพเรืออาจต้องการเรือที่ต่อจากเกาหลีใต้ เพื่อให้เป็นเรือคู่แฝด กับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช
อีกทั้งเคยมีข้อตกลงเก่า ตั้งแต่ยุคการจัดซื้อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ว่าจะต่อเรือจากเกาหลีใต้ทั้งสองลำ
แต่ต่อมามีปัญหาเรื่องงบประมาณ เนื่องจากกองทัพเรือปัดฝุ่นโครงการเรือดำน้ำจีน จึงทำให้ชะลอโครงการต่อเรือฟริเกตลำที่สองในเวลานั้นออกไปก่อน จึงทำให้ข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการระหว่างกองทัพเรือในเวลานั้นกับทางเกาหลีใต้ต้องถูกแช่แข็งไว้ก่อน
มาครั้งนี้เมื่อมีการสานต่อโครงการต่อเรือฟริเกต 2 ลำ ก็ทำให้ข้อตกลงเดิมๆ ถูกทวงถาม แต่ทว่า ผบ.ทร.ในอดีตก็เกษียณราชการกันไปหมดแล้ว
ท่ามกลางกระแสข่าวว่าฝ่ายการเมืองเองได้เจรจากับกองทัพเรือให้พิจารณาเรือฟริเกตของบางประเทศ ที่มีข้อเสนอพิเศษ และเป็นผลดีต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งมีโครงการต่อเนื่องในการขยายกำลังทางเรือในอนาคตอันใกล้
จึงน่าจับตามองยิ่งว่าโครงการนี้อาจมีผลต่อการเลือก ผบ.ทร.คนใหม่หรือไม่
ที่สำคัญ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางแม้ว่าจะเป็นช่วงการพักรบ แต่ผลกระทบในเรื่องวิกฤตราคาน้ำมัน ที่ทำให้นายอนุทินสั่งการให้มีการปรับลดงบประมาณในภาครัฐ ในส่วนราชการต่างๆ รวมถึงกระทรวงกลาโหม คล้ายในยุคโควิด ที่ในเวลานั้นกองทัพเรือต้องถูกแขวนงบประมาณ แม้จะเป็นงบผูกพันของโครงการเรือดำน้ำจีน รวมทั้งชะลอโครงการต่อเรือฟริเกตออกไปอีก จึงอาจจะกระทบต่อโครงการต่างๆ ของกองทัพเรือได้
แต่หากรัฐบาลนี้ไฟเขียวสนับสนุนงบประมาณในการต่อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ในปีงบประมาณ 2570 ก็อาจทำให้กองทัพเรือได้ไปต่อ
ดังนั้น จึงน่าจับตามองว่ากระแสข่าวลือต่างๆ เหล่านี้ที่สะพัดในกองทัพเรือ เป็นจริงหรือไม่ และกองทัพเรือจะรับมือสถานการณ์ด้านงบประมาณอย่างไร
แม้ว่ากองทัพเรือจะพยายามสื่อสารถึงความจำเป็นของการเสริมสร้างกำลังรบทางเรือเพิ่มเติม โดยเฉพาะการต้องมีเรือฟริเกต 2 ลำ จากที่ขาดอยู่ 4 ลำ เป็นความจำเป็นโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีปัญหากับกัมพูชา อีกทั้งกัมพูชาเพิ่งได้รับ คอร์เวต ลำแรกจากจีน และลำที่2 กำลังจะเข้าประจำการในเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่ทำให้กำลังทางเรือของกัมพูชามีความเข้มแข็งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวลือเหล่านี้ หากเป็นจริงย่อมไม่ส่งผลดีต่อทั้งกองทัพเรือและฝ่ายการเมือง และอาจจะเป็นผลพวงจากศึกเสนอขายเรือฟริเกต ที่มีถึง 11 บริษัท จาก 8 ประเทศเข้าชิงชัย ย่อมเข้มข้นเป็นธรรมดา
และแน่นอนว่าก็ต้องมีความพยายามที่จะเจรจาต่อรองกับทั้งกองทัพเรือและฝ่ายการเมืองฝ่ายรัฐบาล เพื่อที่จะไปสู่เส้นชัย
แม้ว่ากองทัพเรือจะให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระภายนอกเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ตามข้อตกลงคุณธรรมก็ตาม
แต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย และเรื่องการจัดสรรงบงบประมาณโครงการต่างๆ ของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ จึงไม่อาจแยกส่วนในการจับตามองให้เป็นเรื่องเดียวกันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กางบัญชี ปากเรือ เทียบอาวุโส ชิง ผบ.ทร. ตท.25-ตท.27 สู้ พลัง ตท.26 จับตา ‘บิ๊กเฟื่อง’ กับ ศึกฟริเกต วัดอนาคต ผบ.ทร.คนใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly