BofA เตือนตลาดหุ้นมองบวกเกินไป ชี้ Risk Premium ดิ่งต่ำรอบ 20 ปี
BofA เตือนตลาดหุ้นอาจมองบวกเกินไป หลัง Risk Premium ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก แม้ความเสี่ยงยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 16.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Sebastian Raedler หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของ Bank of America Corp. ออกมาเตือนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจกำลังประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป ท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
Raedler มองว่า นักลงทุนเริ่มชินชากับข่าวร้าย หลังตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แม้จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนตลาดหลายครั้ง แต่เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ทำให้ตลาดตีความว่าความเสี่ยงมหภาคอยู่ในระดับต่ำมาก สิ่งที่ตลาดกำลังสะท้อน คือ ความเชื่อว่ามีโอกาสถึง 90% ที่สถานการณ์ปัจจุบันจะไม่กระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม เขาเห็นต่าง โดยชี้ว่าความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น
Raedler อ้างอิงข้อมูลในอดีต ว่า “ช็อกด้านพลังงาน” มักนำไปสู่การหดตัวของอุปสงค์ (demand destruction) หากไม่คลี่คลายอย่างรวดเร็ว พร้อมยกตัวอย่างดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) โลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยในเดือนมีนาคม แต่ตลาดกลับมองว่าเป็นเพียงแรงกระทบด้านความเชื่อมั่นระยะสั้นเท่านั้น
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นยุโรปเริ่มชะลอหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า S&P 500 Index อาจย่อตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยกระดับขึ้น อาจผลักดันเงินเฟ้อและกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในเชิงกลยุทธ์ Raedler แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตเพื่อรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยลดน้ำหนักหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ (cyclical) และยังเสนอให้ลดน้ำหนักหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเหมืองแร่ ซึ่งมีมูลค่าปรับขึ้นมาอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม
เขายังตั้งข้อสังเกตว่า หุ้นเชิงรับ (defensive stocks) ในยุโรปถูกมองข้ามอย่างหนัก เพราะนักลงทุนเชื่อว่า “แทบไม่มีอะไรที่จะผิดพลาดได้” ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
ท้ายที่สุด Raedler มองว่า โมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมีโอกาสเกิดภาวะอุปสงค์หดตัว หากความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงยืดเยื้อต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com