สงครามอิหร่านกระทบ “จีน” ยังไง และจีนจะลงมือทำอะไรหรือไม่?
หลังสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดแกโจมตีก่อน หนึ่งในความสนใจของทั่วโลกคือ “จีน” พันธมิตรของอิหร่าน จะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง และจะมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่
จีนยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ แต่ก็เริ่มรู้สึกถึงผลกระทบแล้ว
ในระยะสั้น จีนมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับหลายเดือน หลังจากนั้นอาจหันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย
แต่ในระยะยาว สงครามอิหร่านอาจส่งผลต่อจีน ทั้งเรื่องการลงทุนในตะวันออกกลาง และความทะเยอทะยานของจีน
จีนอาจหวังที่จะส่งออกสินค้าเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่จีนใช้เวลาไป 1 ปีในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และตอนนี้กำลังเผชิญกับความผันผวนในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งหลักและแหล่งพลังงานสำคัญของจีน
ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น
ฟิลิป เชตเลอร์-โจนส์ จากสถาบันรอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิสเซส กล่าวว่า “ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายและความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อจีน”
เขาเสริมว่า “ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจในแอฟริกาได้รับประโยชน์จากเงินทุนจากอ่าวเปอร์เซียจำนวนมากและต่อเนื่อง หากกระแสการลงทุนลดลง ก็อาจเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงในวงกว้าง ซึ่งจะบั่นทอนความยั่งยืนของผลประโยชน์ในระยะยาวของจีน”
กล่าวคือ ด้วยอิทธิพลของจีนในระดับโลก การลงทุนและตลาดของจีนนอกเหนือจากตะวันออกกลางก็มีความเสี่ยงต่อสงครามที่ยืดเยื้อเช่นกัน
ศาสตราจารย์เคอร์รี บราวน์ ผู้อำนวยการสถาบันจีนแห่งคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวว่า “ผมคิดว่าจีนกำลังคิดเหมือนกับคนอื่น ๆ ว่า แผนการคืออะไร? แน่นอนว่าสหรัฐฯ คงไม่ทำเรื่องนี้โดยไม่มีแผนการ”
เขาเสริมว่า “อาจจะเหมือนกับคนอื่น ๆ จีนก็อาจคิดเช่นกันว่า เราไม่อยากถูกลากเข้าไปในเรื่องนี้ เหมือนกับที่เราไม่อยากถูกลากเข้าไปในเรื่องอื่น ๆ แต่เราก็ต้องทำอะไรสักอย่างเช่นกัน”
ทั่วโลกมองว่าอิหร่านเป็น “พันธมิตร” ของจีนมาโดยตลอด การเดินทางไปต่างประเทศครั้งสุดท้ายของอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี คือการไปปักกิ่งในปี 1989 เขาได้ถ่ายรูปที่กำแพงเมืองจีน
ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อ สี จิ้นผิง เยือนเตหะรานในปี 2016 และในที่สุดทั้งสองประเทศก็ลงนามในความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 25 ปีในปี 2021
จีนสัญญาว่าจะลงทุน 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 13 ล้านล้านบาท) ในอิหร่านตลอด 25 ปี และในทางกลับกัน อิหร่านจะยังคงส่งน้ำมันมาให้จีนต่อไป
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่ามีเพียงส่วนน้อยของเงินจำนวนนั้นเท่านั้นที่ไปถึงอิหร่าน แต่ปริมาณน้ำมันก็ยังคงไหลเวียนอยู่
จากข้อมูลของศูนย์นโยบายพลังงานโลก (Center on Global Energy Policy) จีนนำเข้าน้ำมันดิบ 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวันจากอิหร่านในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 12% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีน มีข้อกล่าวหาว่า น้ำมันหลายบาร์เรลเหล่านี้ถูกติดฉลากใหม่ว่าเป็นของมาเลเซียเพื่อปกปิดแหล่งที่มา
ศูนย์วิจัยแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้เผยแพร่รายงานที่อ้างว่า มีน้ำมันดิบของอิหร่านมากกว่า 46 ล้านบาร์เรลเก็บไว้ในคลังลอยน้ำในเอเชีย และยังมีอีกจำนวนมากที่เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน ซึ่งยังไม่ผ่านขั้นตอนศุลกากร ในท่าเรือต้าเหลียนและโจวซานของจีน ซึ่งบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่านเช่าแทงก์อยู่
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการขายอาวุธระหว่างสองประเทศ จีนปฏิเสธการขายขีปนาวุธต่อต้านเรือรบให้อิหร่าน แต่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าสนับสนุนโครงการขีปนาวุธของอิหร่านโดยการฝึกอบรมวิศวกรและจัดหาส่วนประกอบ
กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังกล่าวหาว่า การปราบปรามอย่างโหดร้ายของอิหร่านต่อผู้ประท้วงและผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองนั้นได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและการเฝ้าระวังของจีน
จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย ถูกมองว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ต้องการท้าทายระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขามีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากกว่า
ศาสตราจารย์บราวน์กล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลทางอุดมการณ์หรือวัฒนธรรมที่แท้จริงใด ๆ ที่จีนจะเข้ากันได้ดีกับอิหร่าน”
เขาเสริมว่า “กลยุทธ์ 'แบ่งแยกและปกครอง' ของจีนนั้นได้ผลดีในบางครั้ง เนื่องจากอิหร่านเป็นตัวสร้างความรำคาญให้กับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมคิดว่าเหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้จีนต้องการความสัมพันธ์กับอิหร่านนั้นเป็นไปในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก”
บราวน์บอกว่า “นั่นเป็นพื้นฐานความสัมพันธ์ที่เปราะบางมาก และมันก็ใช้ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนัก”
จีนไม่ได้มอง “พันธมิตร” ของตนในแบบเดียวกับที่ตะวันตกมอง จีนไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน และจะไม่รีบเร่งไปช่วยเหลือพันธมิตรของตน แทนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใด ๆ คาดว่าจีนน่าจะต้องการหลีกเลี่ยงมากกว่า
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจีนจะไม่กังวลอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง จีนได้ออกแถลงการณ์ประณาม และเรียกร้องให้มีการหยุดยิง
หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน ยิ่งไปกว่านั้นคือการลอบสังหารผู้นำของประเทศอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้งและยุยงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง”
ความจริงก็คือ การกระทำของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อเดือน ม.ค. และสงครามอิหร่านในตอนนี้ ได้เน้นย้ำถึงข้อจำกัดของความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านั้นกับจีน โดยในทั้งสองกรณี จีนถูกทิ้งไว้ข้างสนามในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่สามารถช่วยเหลือพันธมิตรของตนได้
ฟิลิป เชตเลอร์-โจนส์ จากสถาบันรอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิสเซส กล่าวว่า จีนกำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็น “ผู้ถ่วงดุล” ต่อสหรัฐฯ แต่ในแง่ของความสมดุลทางทหาร สหรัฐฯ กำลังแสดงให้เห็นว่าการเป็นมหาอำนาจที่แท้จริงหมายถึงอะไร ซึ่งก็คือความสามารถในการบังคับผลลัพธ์ในสมรภูมิรบต่าง ๆ ทั่วโลก
เขาแย้งว่า จีนไม่ใช่มหาอำนาจในระดับเดียวกันแม้จะมีอำนาจทางเศรษฐกิจมหาศาล “จีนไม่มีศักยภาพที่จะปกป้องมิตรประเทศจากการกระทำเช่นนี้ได้ แม้ว่าจีนจะต้องการก็ตาม”
เพื่อตอบโต้ข้อกังวลเหล่านี้ สี จิ้นผิง จะยังคงวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้นำโลกที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ตรงกันข้ามกับ โดนัลด์ ทรัมป์
ศาสตราจารย์สตีฟ ซาง ผู้อำนวยการสถาบันจีนแห่ง SOAS กล่าวว่า “ข้อโต้แย้งของจีนคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยถึงความหน้าซื่อใจคดของชาติตะวันตกและการพูดถึงระเบียบระหว่างประเทศแบบเสรีนิยม”
เขากล่าวเสริมว่า การหยุดชะงักของการจัดหาพลังงานและการเดินทางทางอากาศอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งนี้ จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมากขึ้นในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าในประเทศตะวันตก
เรียบเรียงจาก BBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่นประกาศชัด ไม่ส่งเรือรบไปช่องแคบฮอร์มุซ
เกาะติดสงครามอิหร่าน 16 มี.ค. 69 “เนทันยาฮู” สยบข่าวลือเสียชีวิต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามอิหร่านกระทบ “จีน” ยังไง และจีนจะลงมือทำอะไรหรือไม่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com