“กรมเจ้าท่า” เกาะติดเหตุเรือไทย “มยุรี นารี” ถูกโจมตีฮอร์มุซ ช่วยแล้ว 20 เร่งค้นหาอีก 3
15 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจ้าท่า (จท.) ได้รายงานความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์กรณีเรือสินค้าเทกอง “MAYUREE NAREE” (มยุรี นารี) ของบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) ประสบเหตุถูกโจมตีขณะเดินเรือผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยจากรายงานเบื้องต้นระบุว่า เรือสินค้าดังกล่าวขนาด 19,891 ตันกรอส เกิดเหตุระเบิดบริเวณท้ายเรือ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องขณะกำลังเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตามขณะเกิดเหตุมีลูกเรือประจำเรือรวมทั้งสิ้น 23 นาย ภายหลังเกิดเหตุ ลูกเรือจำนวน 20 นายสามารถอพยพออกจากเรือได้และได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย โดยถูกนำตัวไปยังเมืองท่า Khasab ในรัฐสุลต่านโอมาน ขณะที่ยังมีลูกเรืออีก 3 นายอยู่ระหว่างการค้นหาและให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ในเบื้องต้น บริษัทเจ้าของเรือได้ดำเนินการใช้สิทธิ์ตามประกันภัยสงครามและประสานบริษัทประกันภัยในพื้นที่เพื่อจัดหาบริษัทเอกชนเข้าดำเนินการกู้เรือ รวมถึงให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 นายที่ยังคงอยู่บนเรือ สำหรับสถานการณ์เรือไทยในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นอกจากเรือ “มยุรี นารี” แล้ว ไม่มีเรือสัญชาติไทยลำอื่นอยู่ในบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีเรือของบริษัทพรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) จอดอยู่ในท่าเรือใกล้เคียงจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ “HATTHAYA NAREE” ซึ่งจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ที่ Hamriyah สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน และเรือ “NISA NAREE” สัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ที่ Fujairah สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีลูกเรือไทย 22 คน โดยเรือทั้งสองลำยังคงจอดอยู่ในท่าเรือและมีความปลอดภัย
ด้านการช่วยเหลือลูกเรือ กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ได้เข้าดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือไทยทั้ง 20 นายที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่ง โดยได้ดำเนินการด้านเอกสารการเดินทางและจัดหาที่พักในเมือง Khasab เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน บริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้แต่งตั้งตัวแทนบริษัทในรัฐสุลต่านโอมานเพื่อดูแลลูกเรือ พร้อมจัดหาที่พักและเตรียมประสานการจัดเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้กองทัพเรือไทยได้ประสานงานกับกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบสถานะของเรือและลูกเรืออย่างใกล้ชิด รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยในการเดินเรือในพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการเข้าช่วยเหลือเรือลำดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือและการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งลูกเรือและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศและภาครัฐของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย