โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พิพัฒน์’ บอกวันนี้กองทุนน้ำมันติดลบกว่า 3 หมื่นล้าน วอนประหยัด อย่าสักแต่วิจารณ์!

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"พิพัฒน์" ยันรัฐบาลจะแบกราคาน้ำมันจนถึงที่สุด จนอุ้มไม่ไหว เผยวันนี้กองทุนน้ำมันติดลบกว่า 30,000 ล้านบาทแล้ว วอนประหยัด อย่าสักแต่วิจารณ์ อย่าใส่ร้ายป้ายสี!!

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงานที่ตึงเครียดจากปัญหาในตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งตรวจสอบการกักตุน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมัน เพื่อป้องกันการลักลอบหรือกักตุน

กองทุนน้ำมัน

"พวกเราไม่ได้นั่งเฉย พวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลกำลังหาทางออกทุกวิถีทาง และกำลังลงในรายละเอียดทุกไอเทม น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่น เราจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคัน เพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้น จริงหรือไม่ คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับในหลายมิติ ทั้งเรื่องการนำ ‘ภาษีลาภลอย’ มาใช้กับโรงกลั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังใช้ไม่ได้ เพราะเรายังเป็นรัฐบาลรักษาการ มีเพียงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาปรับโครงสร้าง "ภาษีสรรพสามิต" และสุดท้าย ประชาชนอาจจะต้องแบ่งเบาภาระไปบ้าง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้การบ้านกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปหารือกัน ขอยืนยันว่า รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งวันนี้ในสภาฯ ก็มีการอภิปรายโจมตีว่าไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ซึ่งเราพยายามแก้ทุกวิถีทาง ภายใต้อำนาจที่มีจำกัดในการแก้ไขปัญหา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

"พวกท่านวิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์ หากท่านมีความรู้และมีความเข้าใจ สามารถเสนอหรือแนะนำมาที่ตัวผมได้ ซึ่งตัวผมพร้อมรับคำแนะนำที่ดี ไม่ใช่พวกท่านทำหน้าที่วิจารณ์ และขอร้องว่าการใส่ร้ายป้ายสี ไม่ได้ทำให้ประเทศของเราเดินหน้าไปได้ แต่หากพวกท่านมีข้อแนะนำที่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ ยังไม่ถึงภาวะวิกฤตอย่างที่พวกท่านกังวล" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำมันดิบวันนี้ ที่มีการสั่งซื้อเพิ่มและสำรองในคลังเชื่อว่ามีมากกว่า 100 วัน และขณะนี้ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลอิหร่าน โดยการเจรจาของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอให้เรือบรรทุกน้ำดิบไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือของบางจาก ซึ่งถือเป็นดีลที่ดี เพราะเราไม่ใช่คู่สงคราม แต่เราขอเป็นคู่ค้า ในอนาคตอาจจะขอแลกเปลี่ยน หรือส่งสินค้าเข้าไปในตะวันออกกลาง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ตลอด

"หากมัวแต่โจมตีรัฐบาล ไม่ให้พวกเราโผล่หน้าขึ้นมา รัฐบาลยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ จึงขอฝากไปยังผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะด้วยความหวังดีหรือมีเจตนาไม่ดี ผมพร้อมรับเสนอ เพราะตลอดระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา ผมรับไปหลายขนานแล้ว" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

ส่วนรัฐบาลจะเลิกตรึงราคา ปล่อยลอยตัวให้เป็นไปตามกลไกตลาดหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า รัฐบาลคงจะอุ้มไม่ไหว เพราะวันนี้กองทุนน้ำมันใช้เงินเงินอุดหนุน จนติดลบไปกว่า 30,000 ล้านบาทแล้ว จากเดิมที่สถานะกองทุนเป็นบวกกว่า 2,500 ล้านบาท หากสถานการณ์ลากยาวไปมากกว่า 1 เดือน หรือ 2 เดือน 3 เดือน ไม่มีใครทราบ ซึ่งรัฐบาลก็คงต้องแบก แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยกันประหยัดด้วย เช่น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ในเวลากลางคืน จาก 20-25 องศาเซลเซียส เป็น 26-27 องศาเซลเซียส หรือ หากจะออกไปเที่ยวหรือไปรับประทานอาหาร ก็ให้ใช้ขนส่งมวลชนหรือรวมกลุ่มหลายคนออกไปด้วยกัน

"ไม่ใช่จะให้รัฐบาลช่วยอย่างเดียว แต่คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งสุดท้าย หากถึงคราววิกฤตจริง ๆ ถ้าเราไม่สามารถหาน้ำมันดิบมาได้เพียงพอสำหรับใช้ ซึ่งเดิมเราใช้น้ำมันดีเซลอยู่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อภาวะวิกฤต บางวันใช้ไปถึง 100 ล้านลิตร ซึ่งปัจจุบันเราใช้อยู่ที่ 84-86 ล้านลิตร และหากสมมุติว่า รัฐบาลขอจำกัดการใช้น้ำมันของพวกเรา แค่ครึ่งเดียว พวกเราจะทำอย่างไร หากไม่ได้เตรียมตัว ดังนั้น การที่รัฐบาลจะลอยตัวค่าน้ำมัน ก็ขอให้รัฐบาลได้ต่อสู้จนถึงที่สุด พวกเราจะหาวิธีช่วยเหลือประชาชน อย่างประเทศมาเลเซียที่เดิมราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทย ลิตรละ 10-12 บาท แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทยเพียงลิตรละ 6-7 บาทเท่านั้น" นายพิพัฒน์ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...