โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อนุทิน"ตั้ง"เอกนิติ"หน.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วันจบ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(4พ.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สส. และการประชุมคณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมตามปกติประจำสัปดาห์ เพื่อให้สมาชิกพรรคได้รับทราบ เข้าใจ และสนับสนุนแนวทางที่พรรคจะนำเสนอในสภาฯ รวมถึงวาระต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ขณะนี้ในคณะรัฐมนตรีมีความเข้าใจตรงกันแล้ว และไม่มีปัญหาในประเด็นดังกล่าว พร้อมเตรียมเสนอให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รมว.คลัง ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ เพื่อเร่งสรุปผลภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งการศึกษาที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้อยู่บนสมมติฐานของสถานการณ์โลกในอดีต แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลก

“การศึกษาต้องดูทุกมิติ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุน รูปแบบโลจิสติกส์ รวมถึงสิ่งที่จะเชื่อมโยงกับโครงการแลนด์บริดจ์ หากมองเฉพาะการขนส่งสินค้าอย่างเดียวอาจไม่คุ้มทุน แต่จะดูเพียงตัวเลขผลตอบแทนก็ไม่ได้ ต้องดูประโยชน์ในภาพรวมด้วย” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การพิจารณาความคุ้มค่าจะต้องครอบคลุมถึงโอกาสในการสร้างประโยชน์เชิงระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการดึงดูดพันธมิตรการลงทุน โดยย้ำว่าข้อสรุปสุดท้ายยังต้องรอผลการศึกษาอย่างรอบด้าน ส่วนจุดแข็งของประเทศไทยแม้จะไม่มีทรัพยากรพลังงานอย่างน้ำมัน แต่ไทยมีศักยภาพด้านอาหาร จึงควรให้ความสำคัญกับ“ความมั่นคงทางอาหาร”และใช้เป็นจุดขายในเวทีโลก โดยโครงการแลนด์บริดจ์จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารสด ให้สามารถส่งถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้น

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตยังไม่ปรากฏประเด็นเรื่องการปิดช่องแคบหรือการเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีทางเลือกด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการเอื้อประโยชน์ไม่เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลา 7 – 8 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใด พร้อมย้ำว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และมีความต่อเนื่อง

สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในภาคใต้ที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ยังมีความกังวลในรายละเอียดนั้น นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจว่าประโยชน์ของโครงการจะเกิดขึ้นกับประเทศในภาพรวมอย่างไร โดยย้ำว่า “นโยบายของรัฐบาลต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...