“ราคาน้ำมันดิบ” พุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังฮอร์มุซยังอัมพาต-ซาอุฯ ถูกโจมตีซ้ำ
"ราคาน้ำมันดิบ" พุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังซัพพลายตึงตัวจากการโจมตีซาอุฯ ขณะฮอร์มุซยังแทบไร้การเดินเรือ แม้หยุดยิงจะมีผล แต่ความเสี่ยงพลังงานโลกยังไม่จบ
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 11.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลใหม่เกี่ยวกับอุปทานจากซาอุดีอาระเบีย และสถานการณ์การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่ยังคงหยุดชะงักเกือบทั้งหมด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้นระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับเพิ่มขึ้น 58 เซนต์ หรือ 0.60% มาอยู่ที่ 96.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 49 เซนต์ หรือ 0.50% อยู่ที่ 98.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันยังคงปรับลดลงราว 11% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568
แรงกดดันด้านอุปทานเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของซาอุฯ ส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันลดลงประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวัน และกระทบต่อท่อส่ง East-West Pipeline อีกประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าซัพพลายน้ำมันโลกอาจตึงตัวมากขึ้น
แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะคลายความกังวลลงบ้าง หลังโดนัลด ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน แต่บรรยากาศเชิงบวกดังกล่าวเริ่มจางลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความไม่แน่นอนยังคงสูง และความเชื่อมั่นของตลาดยังเปราะบาง
ขณะเดียวกันความสนใจของตลาดยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยล่าสุดปริมาณการเดินเรือยังต่ำกว่า 10% ของระดับปกติ แม้จะมีการหยุดยิงแล้ว เนื่องจากอิหร่านยังคงควบคุมพื้นที่และออกคำเตือนให้เรือเดินสมุทรใช้เส้นทางตามเขตน่านน้ำที่กำหนด
แม้ปากีสถานจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และพยายามผลักดันให้เกิดข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนมากขึ้น แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ปากีสถานอาจยังไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างแรงกดดันเพิ่มเติม คือข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งถูกคัดค้านจากผู้นำตะวันตกและหน่วยงานด้านการเดินเรือระหว่างประเทศ
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคเสียหายจำนวนมาก โดยมีสินทรัพย์ด้านพลังงานกว่า 50 แห่งได้รับความเสียหาย และกำลังการกลั่นน้ำมันราว 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องหยุดชะงัก
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 190 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากอิหร่านผ่อนคลายการควบคุมและเปิดทางให้การขนส่งกลับมา ราคาน้ำมันก็อาจทรงตัวได้ แม้จะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม
อ้างอิง : reuters.com