โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมพลาสติกวิกฤติ “บิ๊กสนั่น” ชี้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งลิ่วดันต้นทุนผลิต

Thairath Money

อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 00.00 น.
ภาพไฮไลต์

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีนรายใหญ่ที่สุดในไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางแล้ว เพราะราคาเม็ดพลาสติก Virgin ทั้งประเภทโพลิเอทิลีน (PE), โพลิโพรพิลีน (PP) และโพลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (PET) ในตลาดโลก ซึ่งได้จากการกลั่นน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ มีราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ปรับขึ้นแบบรายวัน

รวมถึงค่าระวางเรือ ที่เพิ่มขึ้นแล้ว 3 เท่า และค่าประกันภัยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตี ทำให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศ ที่ป้อนวัตถุดิบให้ศรีไทย ปรับขึ้นราคาตามตลาดโลก ล่าสุด สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่สหรัฐฯจะประกาศพักรบกับอิหร่าน 2 สัปดาห์ ราคาเม็ดพลาสติกปรับขึ้นแล้ว 60-90% จากช่วงก่อนการสู้รบ

ขณะเดียวกัน ได้ทราบข้อมูลจากผู้ผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศว่า หาซื้อวัตถุดิบต้นน้ำสำหรับผลิตเม็ดพลาสติก เช่น แนฟทา ได้ยาก แม้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะการขนส่งจากตะวันออกกลางเกือบเป็นอัมพาตจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่สำคัญ ผู้ผลิตต้นทางประกาศ Force Majeure เหตุสุดวิสัย ระงับการส่งมอบ นอกจากนี้ ศรีไทยยังมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากค่าไฟและก๊าซ ทำให้ต้นทุนการเดินเครื่องจักรและหลอมพลาสติกสูงขึ้น

“ตอนนี้ ต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกโดยรวม ไม่เฉพาะของศรีไทย ขึ้นแล้วเฉลี่ย 60-90% ขึ้นอยู่กับประเภทพลาสติก โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติกวิศวกรรม ที่ใช้เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ และสารเติมแต่งเคมีภัณฑ์จากยุโรปและตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางเดินเรือโดยตรง มีต้นทุนการผลิตสูงสุดที่ 90% แล้ว ส่วนโรงงานของศรีไทยในประเทศอื่น เช่น อินเดีย เวียดนาม ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกไม่สามารถขึ้นราคาขายได้ทันทีตามต้นทุนที่สูงขึ้นแบบรายวัน เพราะติดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทำให้กำไรลดลงรวดเร็ว บางรายต้องแบกรับภาวะขาดทุนเพื่อรักษาฐานลูกค้า อีกทั้งต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมหาศาลซื้อวัตถุดิบปริมาณเท่าเดิมแต่ราคาแพงขึ้นมาก ทำให้กระแสเงินสดตึงตัว นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาเร็วเกินไป อาจทำให้เสียฐานลูกค้า เพราะลูกค้าจะซื้อสินค้าที่ราคาถูกกว่าจากประเทศที่มีต้นทุนถูกกว่า หรือมีแหล่งวัตถุดิบเอง เช่น จีน”

นายสนั่น กล่าวอีกว่า แม้ขณะนี้ ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศว่า ยังไม่เกิดภาวะขาดแคลนในภาพรวม เพราะสต๊อกในประเทศจะใช้ได้จนถึงเดือนมิ.ย.นี้ เพียงแต่เกิดภาวะตึงตัว หาซื้อเม็ดพลาสติกได้ยากขึ้นมาก เพราะผู้ผลิตในประเทศมีก๊าซและวัตถุดิบน้อยลงมาก ส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศ แม้ “มีเงินก็หาซื้อไม่ได้” เพราะผู้ผลิตต้นทางระงับการส่งมอบ ทำให้เม็ดพลาสติกบางเกรดขาดตลาด โรงงานเม็ดพลาสติกในไทยลดกำลังการผลิตเหลือ 60-70% บางรายปิดตัวแล้ว ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะรายกลางและเล็ก (SMEs) ทยอยปิดตัว เพราะต้นทุนสูงขึ้นเร็วเกินไป แต่ขึ้นราคาขายได้ไม่มาก

ขณะเดียวกัน แม้สหรัฐฯประกาศพักรบกับอิหร่าน 2 สัปดาห์ และอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันผ่านไปได้ แต่หลังจากนั้น อิสราเอลกลับโจมตีเลบานอน พันธมิตรของอิสราเอลซ้ำอีก ทำให้อิหร่านกลับมาปิดฮอร์มุซอีกครั้ง สถานการณ์จึงยังมีความไม่แน่นอนสูง ต้องจับตาการเจรจาของสหรัฐฯและอิหร่าน ที่ปากีสถานวันที่ 10 เม.ย.นี้ ถ้ายุติการสู้รบได้ในระยะยาว สถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายโดยเร็ว

“ถ้าตกลงกันไม่ได้ การสู้รบ และการปิดฮอร์มุซยังคงมีอยู่ และยืดเยื้อเกิน 3 เดือน ไทยจะไม่สามารถนำเข้าเม็ดพลาสติก หรือวัตถุดิบต้นน้ำมาผลิตเม็ดพลาสติกได้ จึงอาจเกิดอัมพาตในสายการผลิต เช่น ยานยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องใช้พลาสติกเฉพาะทาง ขณะเดียวกัน โรงงานต่างๆ โดยเฉพาะ SMEs ที่ผลิตสินค้าสำเร็จรูปจากพลาสติก จะทยอยปิดตัว คนงานจะตกงานจำนวนมาก และกระทบต่อเศรษฐกิจได้ ปัจจุบัน มีผู้ผลิตในห่วงโซ่พลาสติกรวมๆ 3,300 แห่ง มูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 14.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)”

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาส เพราะเพื่อนบ้านเริ่มหันมามองไทยมากขึ้น เนื่องจากเส้นทางขนส่งในอาเซียนปลอดภัย ใช้เวลาสั้นกว่านำเข้าจากประเทศอื่น หากเราบริหารต้นทุนได้ดี จะชิงส่วนแบ่งตลาดมาได้อย่างยั่งยืน

นายสนั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมพลาสติกยังต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยการลด/ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติกทุกรายการ และสารเคมีจำเป็นชั่วคราว จากปัจจุบันเก็บภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติก 3-5% รวมถึงให้นำเข้าน้ำมัน และก๊าซจากรัสเซีย จากประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ นอกเหนือจากที่ไทยซื้อเป็นประจำ และจากประเทศอื่นที่พร้อมขายให้

นอกจากนี้ ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เสริมสภาพคล่องธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs, ตรึงค่า FT (ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ) และราคาก๊าซให้ภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดภาระต้นทุน, ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่, สนับสนุนเงินอุดหนุนค่าจ้างบางส่วนให้ SMEs กลุ่มพลาสติก เพื่อจูงใจไม่ให้เลิกจ้างงาน

“รวมถึงให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นพิเศษกับโรงงานที่ใช้พลาสติกรีไซเคิลทดแทนนำเข้าเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นทางรอดยั่งยืนที่สุดในระยะยาว เพราะขณะนี้เราไม่ได้เผชิญกับแค่สงครามอาวุธในตะวันออกกลาง แต่เรากำลังสู้กับ 'สงครามต้นทุน' ที่กระทบตั้งแต่ขวดน้ำดื่มไปจนถึงชิ้นส่วนไฮเทค รัฐต้องออกมาตรการเชิงรุกที่รวดเร็วและตรงจุด เพื่อประคองให้อุตสาหกรรมพลาสติกไทยผ่านพันพายุลูกนี้ไปให้ได้ โดยไม่เกิดภาวะตกงานครั้งใหญ่”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมพลาสติกวิกฤติ “บิ๊กสนั่น” ชี้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งลิ่วดันต้นทุนผลิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...