ศบก. ยันสต็อกน้ำมันดิบมี 4.2 พันล้านลิตร ปรับแผนส่งออก ดีเอสไอปูพรม 7 จังหวัด ไม่พบกักตุน
ศบก. ยืนยันน้ำมันมีพอ สต็อกน้ำมันดิบกว่า 4.2 พันล้านลิตร เผยผลตรวจคลังน้ำมัน 7 จังหวัดไม่พบผิดปกติ จ่อปรับแผนส่งออกน้ำมันให้เพื่อนบ้านใช้สำเร็จรูปส่งต่อแทนเพื่อเก็บน้ำมันในไทยไว้ใช้เอง
27 มี.ค. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันในการแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับพลังงานจังหวัดและพาณิชย์จังหวัด ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ประกอบการรายย่อย (Jobbers) รวมทั้งสิ้น 22 จุด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และ สงขลา พบว่า กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (Jobbers) แบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีคลังน้ำมัน (ซื้อมาขายไป) ไม่พบความผิดปกติโดยมีข้อมูลการซื้อขายชัดเจน และ กลุ่มที่มีคลังน้ำมันขนาดเล็กมีน้ำมันคงคลังเฉลี่ยแห่งละประมาณ 10,000 ลิตร เพื่อรอการขายตามปกติ
สำหรับคลังน้ำมันขนาดใหญ่ จ. สงขลา 2 แห่งจากการตรวจคลังของ PTTOR และ Shell พบว่ามีน้ำมันคงคลังอยู่ประมาณ 10 ล้านลิตร หรือไม่ถึง 50% ของความจุกว่า 25-28 ล้านลิตร เนื่องจากในช่วงเดือน มี.ค. มีการจ่ายน้ำมันออกในปริมาณที่สูงมากตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและประชาชน
“ทั้งสองคลังได้บริหารจัดการโดยเปิดให้บริการตลอด 7 วัน ทุกคลังที่เราลงไปสำรวจมีการติดประกาศราคาเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติใดๆ ”
นายดนุชา เปิดเผยต่อว่า ส่วนข้อมูลปั๊มที่มีน้ำมันหมดพบว่าสถานีบริการน้ำมันประมาณ 500-550 แห่งทั่วประเทศเมื่อคืนวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวนปั๊มที่น้ำมันหมดลดลงจากกว่า 450 แห่ง เหลือประมาณ 390 แห่ง
“จากการสำรวจในช่วงกลางคืน ปั๊มที่พบว่าน้ำมันหมดมักจะได้รับการเติมน้ำมันในช่วงเช้าเพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในวันถัดไป”
ในส่วนของปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย วันที่1 - 18 มี.ค. นำเข้าแล้วประมาณ 3,300 - 3,400 ล้านลิตร20 - 25 มี.ค. นำเพิ่มอีก 878 ล้านลิตร ยอดรวมปัจจุบัน มีน้ำมันดิบสะสมรวม 4,231 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นเพื่อให้บริการกับประชาชนต่อไป
ขณะที่ในช่วงหลังจากนี้จะมีน้ำมันดิบเข้ามาทุกวัน โดยเข้ามาอีกกว่า 4 ล้านบาร์เรลในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. และ ในเดือน เม.ย. อีก 24 ล้านบาร์เรล และอีกประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรลในเดือน พ.ค. จากการทำสัญญาล่วงหน้าของผู้ค้าน้ำมัน
“เรามีการจัดหาน้ำมันดิบเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอ”
นายดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับการส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศปัจจุบันที่ผ่านมาไทยส่งออกไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น คือ เมียนมา และ สปป. ลาว โดยช่วง 1-25 มี.ค. ส่งออกไปยังเมียนมาประมาณ 2.2 แสนลิตร และ สปป.ลาวเฉลี่ย 4.6 ล้านลิตร
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้พิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพื่อส่งออกไปแทนการใช้ทรัพยากรน้ำมันที่กลั่นได้เองภายในประเทศ
“เราอยากเก็บน้ำมันที่เรากลั่นได้เองในประเทศให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ จึงมีแนวทางจะนำน้ำมันสำเร็จรูปส่งออกไป ตอนนี้เรากำลังดูรายละเอียดอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร โดยมาตรการนี้จะช่วยให้ไทยมีน้ำมันไว้ใช้ในประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน”