“สหรัฐ” วางแผนโจมตีครั้งสุดท้าย ปิดเกมอิหร่าน เตรียม 4 ทางเลือกทางทหาร หากเจรจาล้มเหลว
"สหรัฐ" กำลังพิจารณาแผนปฏิบัติการทางทหารขั้นสุดท้ายต่ออิหร่าน เตรียม 4 ทางเลือกทางทหาร หากเจรจาล้มเหลวและช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 16.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สำนักข่าว Axios รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวหลายแหล่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่อเมริกันสองคน ว่า สหรัฐกำลังเตรียมทางเลือกสำหรับการโจมตีครั้งสุดท้ายในอิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงการส่งกำลังภาคพื้นดินและการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นหากความพยายามในการเจรจาทางการทูตยังคงหยุดชะงักและช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่
โดย สำนักข่าว Axios ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังจัดทำแผนปฏิบัติการทางทหารสำหรับการโจมตีขั้นสุดท้ายต่ออิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กองกำลังภาคพื้นดินและการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐและแหล่งข่าวที่รับรู้การหารือดังกล่าว
ซึ่งความเสี่ยงของการยกระดับสงครามครั้งใหญ่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก หากการเจรจาทางการทูตไม่คืบหน้า โดยเฉพาะหากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด เจ้าหน้าที่สหรัฐบางส่วนเชื่อว่า การใช้กำลังอย่างรุนแรงเพื่อปิดฉากสงคราม จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจาสันติภาพ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถประกาศชัยชนะได้
อิหร่านเองก็มีบทบาทในการกำหนดว่าความขัดแย้งจะจบลงอย่างไร และหลายแผนที่กำลังหารือกันอยู่ อาจเสี่ยงทำให้สงครามยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น มากกว่าจะจบลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้แผนโจมตีขั้นสุดท้าย มี 4 ทางเลือกที่ทรัมป์อาจเลือกใช้ ได้แก่
- บุกยึดหรือปิดล้อมเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์ส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน
- บุกยึดเกาะ Larak ซึ่งเป็นฐานยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีทั้งบังเกอร์ เรือโจมตี และเรดาร์
- ยึดเกาะ Abu Musa และเกาะเล็กอีกสองเกาะ ใกล้ทางเข้าฝั่งตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านควบคุมแต่ UAE ก็อ้างสิทธิ์
- สกัดหรือยึดเรือที่ขนส่งน้ำมันอิหร่านฝั่งตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐยังได้เตรียมแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินลึกเข้าไปในอิหร่าน เพื่อยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่เก็บไว้ในโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดิน อย่างไรก็ตามแผนนี้มีความซับซ้อนและเสี่ยงสูง ดังนั้นอีกทางเลือกคือการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อโรงงานนิวเคลียร์ เพื่อทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ขณะนี้ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกแผนใด และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่าปฏิบัติการภาคพื้นดินยังเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ
แต่แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์พร้อมยกระดับการโจมตี หากการเจรจากับอิหร่านไม่คืบหน้าในเร็ว ๆ นี้
ขั้นแรก ทรัมป์อาจเริ่มจากการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านได้ขู่ตอบโต้ครั้งใหญ่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
โฆษกทำเนียบขาว Karoline Leavitt กล่าวเตือนอิหร่านว่า “ประธานาธิบดีไม่เคยพูดเล่น และเขาพร้อมจะโจมตีหนักกว่าที่เคย หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้”
ทั้งนี้สหรัฐกำลังส่งกำลังเสริมเข้าสู่ตะวันออกกลางเพิ่มเติม รวมถึงฝูงบินขับไล่หลายฝูง ทหารหลายพันนาย หน่วยนาวิกโยธิน และกองกำลังจากกองพลพลร่มที่ 82
ด้าน เจ้าหน้าที่อิหร่าน ระบุว่าไม่เชื่อการเจรจาของทรัมป์ และมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองอิหร่านเชื่อว่า ศัตรูของอิหร่านกำลังเตรียมปฏิบัติการยึดเกาะของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศหนึ่งในภูมิภาค (ซึ่งคาดว่าเป็น UAE)
เขาเตือนว่า หากมีการดำเนินการใด ๆ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศนั้นจะถูกโจมตีอย่างหนักโดยไม่มีข้อจำกัด
อย่างไรก็ตามขณะนี้ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอเบื้องต้นของสหรัฐ แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาโดยสิ้นเชิง
แหล่งข่าวระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่สุด คือ ความไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ที่ยังไม่เชื่อว่าสหรัฐต้องการเจรจาจริง แต่ประเทศตัวกลางยังคงพยายามผลักดันการเจรจาต่อไป
อ้างอิง : www.axios.com , www.bloomberg.com