โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายอาวุธให้ ‘3 ชาติพันธมิตร’ ท่ามกลางความขัดแย้งกับอิหร่าน

Businesstoday

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 10.46 น. • Businesstoday

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้อนุมัติการจำหน่ายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่พันธมิตร 3 ประเทศในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

แถลงการณ์หลายฉบับของกระทรวงฯ เปิดเผยแผนจำหน่ายระบบป้องกันฝูงโดรนแบบอยู่กับที่ (FS-LIDS) พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในราคาประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.85 หมื่นล้านบาท) เรดาร์แยกแยะเป้าหมายระยะไกลพร้อมระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 แสนล้านบาท) ระบบอาวุธและอุปกรณ์อัปเกรดสำหรับเครื่องบินเอฟ-16 (F-16) มูลค่า 644 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) รวมถึงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่าประมาณ 1.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.98 หมื่นล้านบาท)

ในหนังสือแจ้งที่ส่งถึงสภาคองเกรส กระทรวงฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะจำหน่ายเรดาร์ตรวจจับและป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธระดับล่างให้แก่คูเวต ในราคาประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.61 แสนล้านบาท) รวมถึงจำหน่ายอากาศยาน อาวุธยุทโธปกรณ์สนับสนุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่จอร์แดน ในราคาประมาณ 70.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 พันล้านบาท)

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม กระทรวงฯ อ้างว่าสถานการณ์มีความฉุกเฉินและอนุมัติการจำหน่ายระเบิดจำนวน 12,000 ลูกให้แก่อิสราเอลทันที โดยไม่ผ่านขั้นตอนของสภาคองเกรส

อนึ่ง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ร่วมกันโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้การขนส่งทางทะเลทั่วโลกหยุดชะงัก ราคาน้ำมันพุ่งสูง และสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...