พลิ้วตามสไตล์ "ทรัมป์" ตอบสื่อยังไม่ได้ส่งทหารราบบุกอิหร่าน ดิ้นโดนแรงบีบโลก ยันจะทำทุกวิถีทางให้ราคาน้ำมันลดลง
ในระหว่างการตอบคำถามผู้สื่อข่าว ร่วมกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่น ที่ทำเนียบขาว เมื่อวานตามเวลาท้องถิ่น ( พฤหัสบดี 19 มีนาคม) เมื่อถูกถามว่า มีเจตนาที่จะส่งทหารอเมริกันเข้าไปเพิ่ม โดยเฉพาะกองกำลังภาคพื้นดิน ไปยังตะวันออกกลางหรือไม่ ผู้นำสหรัฐฯ ตอบว่า ไม่ เขาไม่ได้ส่งกองกำลังไปที่ไหน แต่แล้วก็เสริมว่า “ถ้าผมทำ ผมคงไม่บอกพวกคุณหรอก” จากนั้น ทรัมป์ ย้ำอีกรอบว่า เขาไม่ได้ส่งทหารเข้าไปที่ไหนในอิหร่าน และสหรัฐฯจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อกดราคาน้ำมันให้ต่ำลง ก่อนหน้านั้น รอยเตอร์ส รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและแหล่งข่าวว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาส่งทหารสหรัฐฯหลายพันนาย ไปเสริมปฏิบัติการในตะวันออกกลาง ขณะที่กองทัพสหรัฐฯกำลังเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไปที่เป็นไปได้ในปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน การเสริมกำลังทหารดังกล่าว อาจช่วยให้ทรัมป์มีทางเลือกเพิ่มเติมหากพิจารณาขยายปฏิบัติการของสหรัฐฯ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยเรือบรรทุกน้ำมันในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการส่งกองกำลังภาคพื้นดินไปยังเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมัน 90% ของอิหร่าน แต่ปฏิบัติการเช่นนั้น มีความเสี่ยงสูง อิหร่านมีความสามารถในการเข้าถึงเกาะด้วยขีปนาวุธและโดรน
กองทัพสหรัฐฯโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก เมื่อวันที่ 13 มีนาคม และทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่สำคัญของเกาะด้วย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารกล่าวว่า เนื่องจากเกาะนี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน การควบคุมเกาะนี้จึงน่าจะถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทำลาย อย่างไรก็ตาม การใช้กำลังทหารภาคพื้นดินแม้แต่ภารกิจที่จำกัด ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเมืองอย่างมากสำหรับทรัมป์ เนื่องจากประชาชนชาวอเมริกัน ให้การสนับสนุนปฏิบัติการทหารต่ออิหร่านในระดับต่ำผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส เผยแพร่เมื่อวาน พบว่า ชาวอเมริกันราว 65% เชื่อว่าทรัมป์ จะสั่งการให้กองกำลังสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามภาคพื้นดินขนาดใหญ่ในอิหร่าน แต่มีเพียง 7 % เท่านั้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้ แต่ผลสำรวจยังพบด้วยว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ในหมู่ชาวอเมริกันโดยรวม ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก อยู่ที่ราว 40% เพิ่มขึ้น 1% จากผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่จัดทำขึ้น ไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่สหรัฐฯร่วมกับอิสราเอล โจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผลสำรวจครั้งนี้ ประมวลจากการตอบคำถามของชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 1,545 คนทั่วประเทศ ค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ประมาณ 3%