โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ระบบชำระเงินดิจิทัล: รางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในยุคที่งานที่สองกลายเป็นความจำเป็น

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 มีนาคม 2569 เวลา 19.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในเย็นวันธรรมดาทั่วไป เราเห็นพนักงานออฟฟิศรีบกลับบ้านเพื่ออบขนม ส่งดอกไม้ หรือไลฟ์ขายของ ขณะที่อีกหลายคนเปิดคาเฟ่เล็กเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ภาพเช่นนี้สะท้อนความจริงใหม่ของเศรษฐกิจไทย คนจำนวนมากไม่ได้พึ่งพาอาชีพเดียวอีกต่อไป และเมื่อ 'งานที่สอง' ขยายตัวอย่างเงียบๆ แต่ทรงพลัง สิ่งที่ยกระดับจาก 'รายได้เสริม' ให้กลายเป็น 'ธุรกิจจริง' คือ โครงสร้างพื้นฐานการรับชำระเงินดิจิทัล ที่พร้อมใช้งาน เข้าถึงง่าย และเชื่อมต่อได้ทุกช่องทาง

SME ไทย 3.18 ล้านราย: โครงสร้างหลักที่เกิดจากคนตัวเล็ก

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่าไทยมี SME ราว 3.18 ล้านราย คิดเป็น 99.6% ของธุรกิจทั้งหมด จ้างงานกว่า 12.7 ล้านคน หรือประมาณ 71% ของแรงงานทั้งประเทศ และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจราว 35% ของ GDP ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียง “จำนวนธุรกิจ” หากสะท้อน “โครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก” ที่วันนี้โอบรับผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนมาก โดยจำนวนไม่น้อยเริ่มจาก รายได้เสริมก่อนค่อยๆ สเกลขึ้นเป็นกิจการจริง

ควบคู่กันนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้ว่าธุรกิจจดทะเบียนใหม่ยังคงกระจุกในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกและธุรกิจออนไลน์ กิจกรรมที่เริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนไม่สูง และเหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยหรือครัวเรือน สิ่งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างชำระเงิน หากรับเงินได้หลายรูปแบบ เข้าถึงลูกค้าได้หลายช่องทาง รายได้ก็ยืนระยะและขยายได้จริง

จากเงินสดสู่ดิจิทัล: “ช่องทางรับเงิน” ที่เปลี่ยนเป็น “ข้อได้เปรียบการแข่งขัน”

ในอดีตร้านเล็กจำนวนมากพึ่งเงินสด ทำให้พลาดลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตและนักท่องเที่ยว รวมถึงไม่สะดวกต่อการขายข้ามแพลตฟอร์ม แต่วันนี้ PromptPay และ QR Payment เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่จุดรับชำระดิจิทัลกระจายตัวทั่วประเทศ จากร้านริมทางถึงหน้าร้านออนไลน์ สำคัญกว่านั้น การรับชำระแบบดิจิทัลไม่ใช่แค่ “สะดวกขึ้น” สำหรับลูกค้า แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น ผ่านข้อมูลการขายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มยอดขายในแต่ละช่วงเวลา กลุ่มลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ หรือสินค้าที่ได้รับความนิยมในโอกาสต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ร้านค้าสามารถวางแผนการขายและกิจกรรมทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารกับลูกค้าได้ตรงความต้องการ จัดการสต็อกและกระแสเงินสดได้แม่นยำขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงการขายในแต่ละวัน สู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และต่อยอดการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โครงสร้างชำระเงิน คือทางด่วนเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่ออีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซกำลังกลายเป็นช่องทางหลักของการซื้อขาย ระบบรับชำระที่รับได้ทั้งบัตรเครดิตและ QR ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟน ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และพร้อมรองรับ ระบบชำระเงินระหว่างประเทศผ่านการสแกน QR Code (Cross‑border QR) สำหรับนักท่องเที่ยว จึงกลายเป็น “ทางด่วน” ให้คนตัวเล็กเข้าถึงลูกค้าที่กว้างกว่าเดิมทันที โดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ราคาแพง

ตัวอย่างคือโซลูชัน “KTC Merchant” ที่ออกแบบมาเพื่อร้านค้า SME และผู้ประกอบการรายย่อย รองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard) Thai QR พร้อมเพย์ และ QR Cross‑border สำหรับลูกค้าต่างชาติ ใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนได้ง่าย มีมาตรฐานความปลอดภัยสากล ค่าธรรมเนียมเข้าถึงได้ และบริการดูแลร้านค้า 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มรับเงินดิจิทัลได้ทันที ลดงานหลังบ้าน และแปลงทุกยอดขายให้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ธุรกิจ ระบบชำระเงินที่ดีไม่เพียง “ปิดการขาย” แต่ “เปิดประตู” สู่ข้อมูลการเงินที่ช่วยให้ธุรกิจวางแผน เติบโต และเข้าถึงโอกาสใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

งานที่สองคือธุรกิจจริง: พลังใหม่ของเศรษฐกิจไทย

เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง “งานประจำ” กับ “ธุรกิจส่วนตัว” จางลง โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยยิ่งต้องการรางใหม่ที่ให้คนตัวเล็กวิ่งได้เร็วขึ้น และรางนั้นคือระบบรับชำระเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย เชื่อมต่อทุกช่องทาง ตั้งแต่หน้าร้านในชุมชน สู่หน้าจอมือถือ และหน้าร้านออนไลน์

สุดท้ายแล้ว ความสามารถในการรับเงิน ที่ยืดหยุ่นและโปร่งใส คือข้อแตกต่างระหว่าง “รายได้เสริมที่ไม่แน่นอน” กับ “ธุรกิจที่เติบโตได้จริง” และนั่นกำลังทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยกลายเป็นพลังใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากฐานรากขึ้นสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...