วิกฤติชิปขาด มือถือ โน้ตบุ๊ก การ์ดจอสะเทือน โดนตลาดกลุ่มเอไอ – ดาต้าแย่งซื้อไปหมด
"สุพันธุ์ มงคลสุธี" ประธานกรรมการบมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) ระบุว่า ขณะนี้เกิดภาวะชิปที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากถูกนำไปใช้ในกลุ่มสินค้าปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มากขึ้น จากเดิมชิปจะใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สัดส่วนสูงมากทั้งโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต คอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในในเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ขยายไปถึงเครื่องดูดฝุ่น กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เมื่อความต้องการสูงขึ้น ทำให้เกิดของขาดตลาด
“ยอมรับว่าตอนนี้ชิปมันหายไปจากตลาดจริงๆ ขาดตลาดมาก เพราะเอไอ เอาไปหมด เรารู้ว่าตลาด เอไอโตเร็วมากทุกคนใช้เอไอเป็นเครื่องมือ และตัวช่วยในการประมวลผลต่างๆ มันดูดพลังไปหมด และดาต้า เซอเตอร์ ก็ต้องใช้เอไอ เพราะฉะนั้นกลุ่มธุรกิจเอไอ เมื่อมีกำไรดีเขาก็ยอมที่จะซื้อชิปแพง เราเองก็สู้ไม่ไหวสถานการณ์ตอนนี้คงต้องยอมให้ตลาดเอไอแย่งชิปของเราไปก่อน”
ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวอาจลามไปถึงผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออย่างแอปเปิ้ล ที่จำเป็นต้องใช้ชิปมาเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่นกัน แม้บางรายที่ยังคงซื้อของได้ราคาปกติแต่ปริมาณที่ต้องการอาจยังไม่ได้ตามที่ต้องการ เพราะชิปในตลาดเริ่มขาดแคลนซึ่งปกติแล้วชิปจะมีการการอัพเกรดตลอดเวลาแต่จะไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่ตอนนี้กลับพบว่าผู้ผลิตชิปเมื่ออัปเกรดแล้วจะขึ้นราคาทันที คาดว่า เป็นผลมาจากความต้องการในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามวิกฤติลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ ส่วนใหญ่จะรับมือและแก้วิกฤตกันได้ แต่ครั้งนี้การหาซื้อชิปในตลาดอื่นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีของยอมรับว่าครั้งนี้มันหายไปจากตลาดจริงๆ ขณะนี้ยังต้องใช้ของสต็อกเดิมที่ยังมีอยู่ บริหารจัดการขึ้นให้ยาวขึ้นกว่าปกติ ในฐานะที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมมานาน ประเมินว่าอุตสาหกรรมปี 69 นี้จะเป็นปีที่ไม่ใช่ความท้ายทายแต่เป็นปีที่เหนื่อยมาก หลายอุตสาหกรรมที่ต้องประสบกับวิกฤตในบางโอกาส ประเทศไทยอาจต้องมีการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น เช่นเดียวกับชิปหากรัฐบาลมีการส่งเสริมการลงทุน เร่งให้ชิปกลุ่มนี้ลงทุนได้มากๆ อุตสาหกรรมในประเทศที่ต้องพึงพาชิปก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า
“เราต้องทำให้มันยาวขึ้นเท่านั้นเองเพราะว่าของกำลังจะแพงขึ้น หรือไม่ก็จำเป็นต้องลงทุนก็รีบลงทุนเลย เราเห็นของทุกอย่างแพงไปหมด โซล่าร์ก็แพง เม็ดพลาสติกก็แพงแถมยังขาดตลาดนี่ไม่ใช่ความท้าทายแต่มันคือความยากและเหนื่อยมาก ถามว่ามันเป็นผลจากสงครามตะวันออกกลางไหมก็ใช่แต่อีกส่วนคือโลกมันเปลี่ยนไปมาก เราจะปรับตัวไม่ทันรายใหญ่นั้นก็ไม่ง่าย รายเล็กยิ่งไม่ต้องพูดถึงตายแน่นอนเจอเหตุการณ์แบบนี้”
ผลพวงที่จะเกิดขึ้นเมื่อชิปแพงสินค้า เช่น โน้ตบุ๊ก ก็จะแพงขึ้น แต่ประชาชนรายได้เท่าเดิมมันจะเกิดการซื้อของที่ไม่ใช่รุ่นใหม่ในราคาที่สูง พฤติกรรมการใช้งานพวกโทรศัพท์มือถือก็จะยาวขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งก็ใช้ชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่นกันจากการหารือกับกลุ่มยานยนต์ พบว่ากลุ่มนี้ยังไม่ได้รับผกระทบเนื่องจากยานยนต์ยังคงเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง ยังคงมีกำลังพอที่จะซื้อชิปในราคาที่แพงได้
สำหรับรายใหญ่ของโลกขณะนี้อย่างซัมซุง และเอ็นวีเดีย บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเหล่านี้ต้องการใช้ชิปในปริมาณที่สูงมาก บวกกับกลุ่มดาต้า เซ็นเตอร์ ขนาดใหญ่ที่ทุกประเทศต่างเร่งลงทุนรวมถึงไทยทุกรายลงทุนมูลค่าหลักพันล้านหมื่นล้านบาท ทุกอย่างต้องประมวลผล ขณะนี้จึงคาดหวังว่าจีนจะเร่งการผลิตและอัปเกรดชิปรุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ให้ตลาดชิปที่กำลังสะดุดอยู่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติ หากเป็นแบบนั้นวิกฤตรอบนี้อาจไม่ยาวอย่างที่กังวล ส่วนจะอยู่กับวิกฤตและสภาวะแบบนี้อีกกี่เดือนนั้น ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีด้วยชิปรุ่นใหม่ๆ ที่มีพลังงมากขึ้นแต่ก็มาพร้อมกับราคาที่แพงขึ้น นั่นหมายความว่าอุตสาหกรรมอาจไม่จำเป็นต้องใช้ชิปในปริมาณที่มาก ใช้จำนวนน้อยลงแต่เป็นชิปที่มีศักยภาพสูงขึ้นในราคาที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การขาดแคลนชิปได้ลามไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ อย่างโซนี่ ได้ประกาศระงับคำสั่งซื้อเมมโมรีการ์ดเกือบทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 69 เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งกลุ่ม CFexpress และเอสดี การ์ด โดยให้เหตุผลถึงข้อจำกัดด้านอุปทานในตลาดชิปหน่วยความจำ