โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กิตติพงษ์ สส.ปชน. ชี้คำพูด แม่ทัพภาค4 เหตุยิง สส.กมลศักดิ์ อาจตีความ รัฐใช้อำนาจนอกกม.ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กิตติพงษ์ สส.พรรคประชาชน ชี้ปมแม่ทัพภาค4 แถลงปม ยิงสส.กมลศักดิ์ อาจตีความ รัฐใช้อำนาจนอกกฎหมายได้

จากกรณีพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชล กรณี สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกลอบสังหารในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยระบุตอนหนึ่งว่า ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด

เมื่อวันที่13 เมษายน น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า

“ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด”

คือคำพูดของ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชล กรณี สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกลอบสังหารในพื้นที่ จ.นราธิวาส ภายใต้การดูแลความมั่นคงโดย กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นถ้อยคำที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ เมื่อออกมาจากเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงในพื้นที่

โดยนัยยะของการสื่อสาร พล.ท. นรธิป อาจต้องการสื่อว่า กอ.รมน. ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารดังกล่าว เพราะหาก กอ.รมน. เป็นคนสั่งการ สส. กมลศักดิ์ จะไม่รอดจากเหตุการณ์
การพูดในท่วงทำนองนี้ ไม่เพียงไม่ช่วยให้ กอ.รมน. พ้นจากการถูกตั้งคำถามจากสังคมได้แล้ว เพราะไม่สามารถหักล้างข้อเท็จจริง จากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานข่าวและการเปิดเผยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น ทั้งในเรื่องรถที่ใช้ในการก่อเหตุ และตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. แต่ยังทำให้สังคมมีความกังขาต่อทั้งตัว พล.ท. นรธิป และ กอ.รมน. มากขึ้น

เนื่องด้วยคำพูดของ พล.ท. นรธิป อาจถูกตีความได้ว่าไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม หรือกระทั่งถูกตีความไปได้ว่า กอ.รมน. จะทำสิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าถูกหรือผิดกฎหมายภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง

ซึ่งโดยหลักการแล้ว กอ.รมน. ในฐานะหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ การปฏิบัติการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐ (rule of law) และตรวจสอบได้ (accountability) อย่างเคร่งครัด รวมถึงหลักสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) และการผูกพันของเจ้าหน้าที่รัฐต่อกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป การสื่อสารของผู้บังคับบัญชาระดับสูง จึงต้องไม่เปิดช่องให้เกิดความเข้าใจว่ารัฐสามารถใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายได้

เฉพาะเหตุการณ์การลอบสังหารผู้แทนราษฎร ซึ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่ปลอดภัย และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อมีคำพูดเช่นนี้จากผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ ยิ่งทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่สังคมคาดหวังจาก กอ.รมน. ในตอนนี้คือ การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความยุติธรรม เพื่อเร่งรัดหาตัวผู้กระทำผิดมาดดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่สนใจว่าคนเหล่านั้นจะมีตำแหน่งใน กอ.รมน. หรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคนใน กอ.รมน. เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย และเพื่อลดทอนข้อกังวลของสาธารณะเกี่ยวกับปัญหาการลอยนวลพ้นผิด ที่ประชาชนมีต่อกองทัพ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ไปจนถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองต่าง ๆ

หากจะตั้งคำถามไปให้ไกลกว่าคดีที่เกิดขึ้น จึงเป็นคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ทัศนคติในลักษณะนี้ มีส่วนต่อการที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี หรือไม่ แม้จะมีการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างต่อเนื่องและมหาศาล และทัศนคติดังกล่าว ก็ช่างห่างไกลจากหลัก “เข้าใจ เขาถึง พัฒนา” ที่ กอ.รมน. มักอ้างว่า ใช้เป็นหลักการสำคัญในการทำงานของหน่วยงาน

และนี่อาจเป็นเวลาที่เราต้องร่วมกันทบทวนวิธีการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะนับตั้งแต่เหตุการณ์ปั๊มน้ำมัน 11 จุดระเบิด ในวันที่ 11 ม.ค.69 (ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ทั้งที่มีภาพจากกล้องวงจรปิด) จนมาถึงเหตุการณ์รอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ก็ยังไม่เห็นผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของ กอ.รมน.

อาจไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะกล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ กอ.รมน. ยังไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่ได้รับ และยิ่งเมื่อมีการสื่อสารจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงในลักษณะนี้ ยิ่งตอกย้ำคำถามต่อความเหมาะสมของการใช้แนวทางด้านความมั่นคงเป็นเครื่องมือหลัก ในการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนหลายมิติ ทั้งความมั่นคง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะกรณี แต่สะท้อนถึงข้อจำกัดของแนวทางการแก้ไขปัญหาในภาพรวม การทบทวนในเชิงโครงสร้างจึงมีความจำเป็น ทั้งในด้านการเสริมกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระจากสายการบังคับบัญชาทางทหาร เช่น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีตัวแทนจากภาคพลเรือน การรายงานความคืบหน้าคดีต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการปรับกระบวนการทำงานให้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ ความโปร่งใส และความไว้วางใจของประชาชนอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กิตติพงษ์ สส.ปชน. ชี้คำพูด แม่ทัพภาค4 เหตุยิง สส.กมลศักดิ์ อาจตีความ รัฐใช้อำนาจนอกกม.ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...