โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PTG ไตรมาสแรกพอร์ต Non-Oil แกร่ง ดันกำไรขั้นต้นโต 6.1%

Manager Online

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

พีทีจี เอ็นเนอยี เผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมากกว่า 80% จากปีก่อน จากการขยายสาขาแตะจำนวน 2,308 สาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิมผ่านสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ในเชิงคุณภาพ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต 6.1% ตอกย้ำปี 2569 คงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil เติบโต 30-40% และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil อยู่ที่ระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) มีผลขาดทุนสุทธิ 174 ล้านบาท เทียบ YoY ที่มีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือขาดทุน 194% YoY ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญเท่ากับ 205 ล้านบาท เทียบ YoY ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 190 ล้านบาท พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน 208.1% YoY และ 165.3% QoQ

เนื่องจากธุรกิจ Oil ที่มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY และ 19.2% QoQ เป็น 2,267 ล้านบาท จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันในประเทศ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง 20.1% YoY และ 20.3% QoQ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% YoY และ 1.5% QoQ สู่ระดับ 1,753 ล้านลิตร จากความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นกว่าปกติในช่วงเดือนมีนาคม ขณะที่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต 6.1% YoY

ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 56,832 ล้านบาท ลดลง 1.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.2% QoQ มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Oil มีจำนวน 50,312 ล้านบาท ลดลง 3.4% YoY เป็นผลจากราคาค้าปลีกน้ำมันเฉลี่ยหน้าสถานีบริการที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามรายได้ธุรกิจ Oil ฟื้นตัวได้ 0.3% QoQ จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่เพิ่มขึ้น 1.5% QoQ

ทั้งนี้ผลจากต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นตามการขยายสาขา ประกอบกับแรงกดดันต่อกำไรดำเนินงานจากความผันผวนของธุรกิจ Oil ส่งผลให้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 15.0% YoY และ 35.3% QoQ เป็น 1,281 ล้านบาท

“ผลการดำเนินงานไตรมาส1/2569 สะท้อนแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม ที่เศรษฐกิจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในหลายภาคส่วน ขณะที่ภาคธุรกิจและกำลังซื้อภายในประเทศยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัดภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน “

สำหรับธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.6% YoY และ 5.7% QoQ สู่ระดับ 2,001 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นมากกว่า 80% YoY จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales Growth: SSSG) ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องของบริษัทฯ สู่พอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาดพลังงานมากยิ่งขึ้น

ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Non-Oil ในไตรมาส 1/2569 มีจำนวน 6,520 ล้านบาทเติบโต 22.1% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 0.9% QoQ ซึ่งมาจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.1% YoY และ 8.8% QoQ ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ในเชิงคุณภาพ โดยจำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทย ณ สิ้นไตรมาส มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 2,308 สาขา เพิ่มขึ้น 56.4% YoY หรือคิดเป็น 832 สาขา เทียบเท่ากับอัตราการขยายสาขามากกว่าสองสาขาต่อวัน และเพิ่มขึ้น 7.3% QoQ หรือ 157 สาขา

ธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้ 2,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% YoY และ 1.3% QoQ ได้รับแรงสนับสนุนหลักจากปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเติบโต 2.9% YoY และ 1.5% QoQ เป็น 109 ล้านกิโลกรัม โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซ LPG ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น 10.7% YoY และ 2.0% QoQ เป็น 26 ล้านกิโลกรัม ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil คิดเป็นสัดส่วน 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม โดยแบ่งเป็น กำไรขั้นต้นจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย 22.5% ธุรกิจก๊าซ LPG 9.5% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 14.9% อาทิ ธุรกิจน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ Max Mart ธุรกิจ ศูนย์บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ Autobacs ธุรกิจร้านอาหารซับเวย์ และธุรกิจน้ำมันเครื่อง Maxnitron เป็นต้น

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil เติบโต 30-40% YoY และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil ให้อยู่ที่ระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ส่วนธุรกิจ Oil ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดและเสถียรภาพให้แก่กลุ่มบริษัท แม้ในช่วงไตรมาส 1/2569 ธุรกิจพลังงานจะเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานในประเทศและสภาวะการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางในปี 2569 ตามเป้าที่ระดับ 3%–5% YoY แม้อยู่ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและตลาดพลังงานที่ยังมีความผันผวน

บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ "Powering Thai Lives: Everywhere 183; Everyday 183; Everyone" อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจ Oil และ Non-Oil ภายใต้ฐานสมสชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านราย เพื่อเพิ่มความถี่การใช้บริการและมูลค่าต่อลูกค้าภายในระบบนิเวศ Max World พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทาง อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงบริการด้านยานยนต์และพลังงานสะอาด ภายใต้วิสัยทัศน์ "อยู่ดี มีสุข" ที่สะท้อนความตั้งใจของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...