“อรรถวิชช์” ชูไอเดีย “คุกกลางทะเล” ปรับแท่นขุดเจาะร้างขังจีนเทา-นักโทษ VIP แก้แออัดเรือนจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า จากการติดตามปัญหาเรือนจำในพื้นที่กรุงเทพฯ มานาน พบว่าปัญหาหลักคือความแออัด โดยเฉพาะเรือนจำที่ใช้คุมขังผู้ต้องหาระหว่างพิจารณาคดี เช่น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ต้องขังจำนวนมากจากคดีที่กระบวนการยุติธรรมยืดเยื้อ แม้ปัจจุบันจะมีการใช้กำไล EM ช่วยลดจำนวนผู้ต้องขังบางส่วนแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ดร.อรรถวิชช์ เสนอว่า รัฐไม่จำเป็นต้องสร้างเรือนจำใหม่ทั้งหมด แต่ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคาร โรงเรือน ห้องน้ำ และสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและลดปัญหาความแออัด
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงกรณี “นักโทษ VIP” และกลุ่ม “จีนเทา” ที่เป็นกระแสข่าวว่าได้รับสิทธิพิเศษ โดยมองว่าควรแยกผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวไปอยู่ในเรือนจำระดับ SuperMax หรือเรือนจำความมั่นคงสูง พร้อมเสนอแนวคิดนำ “แท่นขุดเจาะน้ำมันร้างกลางทะเล” ที่เคยเป็นนโยบายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ มาปรับใช้เป็นเรือนจำความมั่นคงสูง
ปัจจุบันมีแท่นขุดเจาะน้ำมันร้างจำนวน 190 แท่น หลังหมดสัมปทาน โดยบริษัทเอกชนต้องใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาทต่อแท่นในการรื้อถอน ซึ่งบริษัท ปตท.สผ. รับโอนไปแล้ว 130 แท่น ยังเหลืออีก 60 แท่น ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ หากนำแท่นขุดเจาะร้างมาใช้เพียง 1 แท่น ก็สามารถดัดแปลงเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 300 คน และใช้งบประมาณไม่มาก เพราะเดิมมีงบสำหรับการรื้อถอนอยู่แล้ว
ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า ในการจัดทำงบประมาณปีต่อ ๆ ไป อยากเห็นการลงทุนเพื่อลดความแออัดในแดนแรกรับ ปรับปรุงสภาพเรือนจำ และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ควบคู่กับการรักษาความมั่นคง เพื่อให้ระบบราชทัณฑ์สามารถรองรับผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
อ่านข่าวเพิ่มเติม