โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MMM ชูธงร่วม JUMP+ ปักเป้ามาร์จิ้นสูง 40%

ทันหุ้น

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 19.00 น.

#MMM #ทันหุ้น – MMM โตแรงรับแผน JUMP+! ปักหมุดเป็น Property Finance เต็มรูปแบบ ชูโมเดล Ecosystem อสังหา-สินเชื่อ ตั้งเป้า Net Profit Growth เฉลี่ย 3 ปี (2569–71) สูงถึง 40% พร้อมเร่งเพิ่มสัดส่วน Recurring Income คัดพอร์ตโครงการมาร์จิ้นสูง สร้างผลตอบแทนโตยาว

นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหา และซื้อขายอสังหา แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทยกระดับขีดความสามารถและสร้างการเติบโตแบบก้าวก้าวกระโดด(Growth) ด้วยการเข้าร่วมโครงการJUMP+ (โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน) ซึ่งจัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนคุณภาพที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และพร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

เข้าร่วม JUMP+

การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของ MMM ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทวางยุทธศาสตร์ ชูโมเดล “Ecosystem อสังหา-สินเชื่อ” สู่การเป็น Property Finance เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมวางรากฐานกำไรที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย (Net Profit Growth) ใน 3 ปีข้างหน้า (2569-2571) สูงถึงร้อยละ 40 พร้อมทั้งเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ผ่านธุรกิจสินเชื่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยืดหยุ่นและมั่นคงภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 มิติ

1.การขยายพอร์ตโครงการที่มีศักยภาพ: โดยคัดเลือกเฉพาะโครงการที่ตรงใจกลุ่ม Real Demand และกลุ่มนักลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนทรัพย์สินและลดความเสี่ยงจากทรัพย์ที่ขายยาก ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนโครงการที่สร้างอัตรากำไรสูง (High-Margin Portfolio) และใช้กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง (Negotiation Advantage) เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงต้นทุนอย่าง มีนัยสำคัญ

2. การทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร : โดยการต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ “ธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน” เพื่อแก้ Pain Point ของลูกค้าที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนจำกัด โดยแบ่งเป็น 4 โปรดักต์ ได้แก่

1.สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้มีศักยภาพ 2.สินเชื่อเพื่อผู้พัฒนาโครงการ (Project Financing) 3.สินเชื่อโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน และ4.บริการนายหน้าประสานงานจัดหาคู่สัญญา ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์และสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอในอัตราที่กฎหมายกำหนด

3.การเพิ่มขีดความสามารถด้านการขายและการตลาด: โดยการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก (Data Analytics) เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพได้ตรงจุด ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขาย (Conversion Rate) และเร่งการรับรู้รายได้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ยกระดับธุรกิจ

“การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่ง สามารถเติบโตและมีศักยภาพในการแข่งขัน ตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต ควบคู่กับการมุ่งเน้นเรื่องหลักธรรมาภิบาล (Governance) ทั้งการยกระดับหน้าที่ของกรรมการ ความโปร่งใสในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด รวมถึงการเดินหน้าแผน Climate Action ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการการใช้เชื้อเพลิงและพลังงาน ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม เช่น ลดการใช้กระดาษ หรือเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับโลก” นางสาวณิชา กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...