โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD ชี้ทองคำผันผวนรับแรงบวกภูมิรัฐศาสตร์ ปะทะแรงกดดันนโยบายดอกเบี้ยเฟด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.23 น.

จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางยกระดับ สู่ความเสี่ยงอุปทานพลังงานโลกและภาวะเงินเฟ้อวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจำกัดอัพไซด์ราคาทองคำ เหตุหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งค่า ให้น้ำหนักตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางดอกเบี้ยและจังหวะกลับตัวของราคาทอง

1 เมษายน 2569— บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าตลาดยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูง จากปัจจัยกดดันสองด้านที่คานอำนาจกันอย่างมีนัยสำคัญ คือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำในปัจจุบันได้รับแรงพยุงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) จากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงครอบคลุมทั้งอิสราเอล เลบานอน กลุ่มฮูตี และประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าวกำลังถูกจำกัดด้วยผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤตพลังงาน

โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งสูงเกินระดับ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 50% สะท้อนภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนัก หลังจากกลุ่มฮูตีขยายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงท่อขนส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลัก สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ตลาดต้องปรับลดความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดลง และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ

"ภาพรวมยังเป็นการรีบาวด์ในแนวโน้มขาลง มากกว่าการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่แบบถาวร หากไม่สามารถทะลุและขึ้นยืนเหนือโซนแนวต้านสำคัญได้ อาจต้องระวังการย่อตัวลงอีกครั้ง" — ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD

สำหรับปัจจัยกำหนดทิศทางในระยะถัดไป GCAP GOLD ให้ความสำคัญกับข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยมองว่าเป็นตัวแปรหลักที่จะชี้นำนโยบายการเงิน หากตัวเลขการจ้างงานยังคงความแข็งแกร่งและอัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ จะเป็นการยืนยันภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรง เปิดทางให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยสูงได้นานขึ้น (Higher for Longer) ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม หากเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของค่าแรงหรือการจ้างงาน จึงจะเป็นโอกาสให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกรอบแนวต้านสำคัญไว้ที่ $4,685–$4,735 หากราคาไม่สามารถผ่านระดับดังกล่าวไปได้ มีโอกาสสูงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรที่หนาแน่น ขณะที่แนวรับประเมินไว้ที่ $4,350–$4,308 หากสามารถประคองตัวเหนือระดับนี้ได้ ราคาจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ในกรอบกว้าง

สรุปมุมมองและคำแนะนำการลงทุน:

  • แนวโน้มตลาด: ลักษณะการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) ภายใต้แนวโน้มขาลง
  • กลยุทธ์: เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น "ย่อซื้อ-ขึ้นขาย"
  • ราคาทองคำแท่งในประเทศ: แนะนำสะสมที่แนวรับ 69,000 / 67,500 บาท และพิจารณาขายทำกำไรที่ระดับ 71,500 / 72,000 บาท

การบริหารความเสี่ยงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในระดับภูมิภาคยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผ่านไปสู่ราคาพลังงานและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ได้ตลอดเวลา โดยสถานการณ์ที่ท่อส่งน้ำมัน East-West ถูกโจมตีถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชี้ว่าความเสี่ยงด้านพลังงานโลกอาจลากยาวกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม และจะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาวต่อไป

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...