ตำรวจท่องเที่ยว เรียกประชุมผู้ประกอบการ Walking Street คุม “การ์ด”
ถกเข้ม! ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหลายหน่วยงาน เรียกประชุมผู้ประกอบการ Walking Street พัทยา คุม “การ์ด” ห้ามใช้ความรุนแรง ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับพนักงานรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ใช้ความรุนแรงกับนักท่องเที่ยว จนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
ล่าสุดวันนี้ (7 เม.ย. 2569) ที่ ร้านเดอะสโตนเฮ้าส์ ภายในพื้นที่ Walking Street Pattaya อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา รองผู้กำกับการ 2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เข้าร่วมประชุม ร่วมกับ นางสาวอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา ประธานชุมชน Walking Street และผู้แทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมกันรับฟังความคิดเห็นและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยพบว่าสถิติช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 เหตุที่เกิดกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคดีทำร้ายร่างกาย และมีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
พ.ต.อ.มิลิน เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ “การ์ด” ต้องควบคุมอารมณ์ ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด แม้ในกรณีขัดแย้ง เช่น ปัญหาการชำระเงิน พร้อมกำชับว่าหากมีเหตุการณ์รุนแรงและมีภาพหรือคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานต้นสังกัดจะต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบทันที
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการ์ดหลายคนในจุดเดียวกัน ควรมีอย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่ควบคุมสติ ห้ามปรามไม่ให้เกิดการรุมทำร้าย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการหยุดยั้งเหตุไม่ให้บานปลาย
เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือจากสถานประกอบการทุกแห่งให้เข้มงวดในการดูแลบุคลากรของตนเอง พร้อมเสนอแนวคิดคัดเลือกผู้นำยับยั้งเหตุหรือบุคลากรที่มีวุฒิภาวะในแต่ละร้าน ทำหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ เตือนสติ และยับยั้งความรุนแรง รวมถึงให้ประเมินกำลังพล เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเหมาะสม
ขณะเดียวกัน เตรียมนำแนวคิด “เบรกเกม” มาใช้ เปรียบเหมือนการแข่งขันกีฬา เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ต้องมีผู้เข้าหยุดทันที เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรง และมีแผนประสานเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมจากตำรวจสนามบิน มาให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้ระดับกำลัง (Use of Force) อย่างเหมาะสม และเทคนิคการระงับเหตุโดยไม่ใช้ความรุนแรง
ด้าน พ.ต.ท.สิริวัฒน์ ระบุชัดว่า การ์ดต้องทำหน้าที่ “ระงับเหตุ” ไม่ใช่ “คู่กรณี” โดยต้องเน้นการห้ามปราม แยกคู่กรณี ลดความตึงเครียด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง ทั้งนี้ หากสถานการณ์เกินควบคุม หรือเริ่มมีสัญญาณความรุนแรง เช่น การผลักดันหรือโต้เถียงรุนแรง ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง พร้อมดูแลพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังและดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเสี่ยงที่อาจก่อความเดือดร้อนหรือก่อเหตุลักทรัพย์ โดยมีการจัดทำประวัติและสลายการรวมกลุ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้การ์ดทำหน้าที่เป็น “หูเป็นตา” ในการเฝ้าระวังและระงับเหตุเบื้องต้น