โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ประกอบการร้านน้ำหวาน ร่วมสะท้อนนโยบาย หวานปกติ=50% แนะให้เวลาผู้บริโภคปรับลิ้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 02.09 น.

หลังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัวแคมเปญ “หวานปกติเท่ากับหวาน 50%” เพื่อรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาล และลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มร้านเครื่องดื่มและน้ำปั่น กลายเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา แนวคิดของแคมเปญคือ การปรับ “ค่ามาตรฐานความหวาน” ใหม่ จากเดิมที่ “หวานปกติ” เท่ากับ 100% ให้เหลือเพียง 50% โดยยังเปิดทางให้ผู้บริโภคเติมเพิ่มได้เอง หากต้องการหวานมากขึ้น เป้าหมายคือให้ประชาชนค่อยๆ ปรับระดับการรับรส และลดปริมาณน้ำตาลสะสมในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ระบบการรับรสของมนุษย์สามารถปรับตัวได้ภายใน 7–14 วัน เมื่อบริโภคหวานลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในมุมผู้ประกอบการรายย่อย น.ส.สุพรรษา พจมานสว่างวงศ์ เจ้าของร้าน Fresh fruit Juice&Smoothie จ.ชัยนาท ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านไม่ได้รู้สึกกังวลกับแนวคิดดังกล่าวมากนัก เพราะรูปแบบการขายของร้านเปิดให้ลูกค้าเลือกระดับความหวานได้อยู่แล้ว โดยสูตรของร้านจะแบ่งเป็น 2 แบบอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค คือเมนูที่ไม่เติมน้ำตาลเลย กับเมนูที่ลูกค้าเลือกระดับความหวานได้ตั้งแต่ 0% 50% 70% ไปจนถึง 100% อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมลูกค้ายังสะท้อนภาพความเคยชินกับความหวานอยู่พอสมควร โดยประเมินว่า ประมาณ 60–70% ของลูกค้ายังเลือก “หวานปกติ” หรือ 100% ขณะที่กลุ่มที่เลือก 50% มีจำนวนไม่น้อย และกลุ่มที่สั่งเพิ่มหวานมากกว่าปกติเป็นสัดส่วนเล็กน้อย

คำถามสำคัญคือ หากมาตรฐาน “หวานปกติ” ถูกลดลงเหลือ 50% จริง จะกระทบยอดขายหรือไม่ น.ส.สุพรรษา มองว่า ผลกระทบขึ้นอยู่กับลักษณะร้านและกลุ่มลูกค้า หากเป็นร้านแนวสุขภาพ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการหวานจัดอยู่แล้ว การปรับลดจึงอาจไม่กระทบมาก แต่หากเป็นร้านที่ขายเครื่องดื่มหวานจัด เช่น ชานม หรือเมนูที่พึ่งพาน้ำเชื่อมเป็นหลัก อาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน สำหรับร้านน้ำปั่นที่ใช้ผลไม้สดเป็นวัตถุดิบหลัก ความหวานส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติ ทำให้สามารถปรับสูตรโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำตาลเพิ่ม

“ถ้าลูกค้าบอกว่าไม่เติมหวานเลย แต่กลัวรสชาติไม่กลมกล่อม เราอาจเพิ่มผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น กล้วย หรือสับปะรด แทนการเติมไซรัป จริงๆ ร้านก็มีหญ้าหวานให้เลือก แต่ลูกค้าสั่งไม่เยอะ ส่วนมากยังชอบรสชาติแบบเดิม” น.ส.สุพรรษา กล่าว

ทั้งนี้ แนวทางนี้สอดคล้องกับกลไก 2 รูปแบบที่กรมอนามัยเสนอ คือ หนึ่ง ลดความหวานลงครึ่งหนึ่ง แต่ให้ผู้บริโภคเติมเอง เพื่อให้ “เห็น” ปริมาณที่เติม และค่อย ๆ ลดลง และสอง การลดแบบทันทีหรือ “หักดิบ” โดยอาศัยกระบวนการปรับตัวของลิ้นภายในไม่กี่วัน น่าสนใจว่า แม้ร้านจะมีตัวเลือกอย่างหญ้าหวานหรือสารให้ความหวานทดแทน แต่ปัจจุบันยังมีลูกค้าเลือกไม่มาก สะท้อนว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องของทางเลือกอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องของความคุ้นชินทางรสชาติ

นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของแคมเปญ “หวานปกติ = หวาน 50%” ว่าจะทำอย่างไรให้การสื่อสารไม่สร้างแรงต้าน แต่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเป็น “ทางเลือก” ไม่ใช่ “การบังคับ” ในเชิงเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการรายย่อยมองว่า หากการรณรงค์ดำเนินไปในลักษณะความร่วมมือ และมีแรงจูงใจเชิงบวก เช่น การให้ป้ายรับรองเมนูหวานน้อย หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาจช่วยให้การปรับตัวเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

สำหรับร้านน้ำปั่นรายนี้ การลดหวานจึงไม่ใช่ความเสี่ยงทางธุรกิจโดยตรง หากแต่เป็นโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์สุขภาพ และตอบรับแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ท้ายที่สุด ความสำเร็จของแคมเปญอาจไม่ได้วัดจากยอดขายที่เพิ่มหรือลดในระยะสั้น แต่จากจำนวนแก้วเครื่องดื่มที่ค่อย ๆ ลดความหวานลงโดยที่ลูกค้ายังรู้สึกว่า “อร่อยเหมือนเดิม” และหากผู้ประกอบการกับภาครัฐเดินไปในจังหวะเดียวกัน จุดเปลี่ยนพฤติกรรมอาจไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ประกอบการร้านน้ำหวาน ร่วมสะท้อนนโยบาย หวานปกติ=50% แนะให้เวลาผู้บริโภคปรับลิ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...