‘กาฬสินธุ์-ศรีสะเกษ’ แก้น้ำ-แก้ดิน สร้างอาชีพ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้คัดเลือก 10 หมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในวาระที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ชาตกาล วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ในปี พ.ศ. 2570
หัวใจของโครงการคือ นำหลักการทรงงานมาเป็นแกนขับเคลื่อน ด้วยแนวคิด “ระเบิดจากข้างใน” ให้ประชาชนกำหนดทิศทางของตนเอง ไม่ใช่รับแต่สิ่งที่รัฐหยิบยื่นให้ฝ่ายเดียว
นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่า ทุกโครงการเริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลพื้นที่อย่างเป็นระบบ รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน และบูรณาการหน่วยงานมาร่วมแก้ปัญหา โดยไม่ลบล้างสิทธิหรือวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน
พื้นที่ตัวอย่างคือ “บ้านโพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์” ซึ่งขับเคลื่อน “แก้มลิงเปลี่ยนชีวิต” จุดเริ่มคือ น้อมนำแนวพระราชดำริแก้มลิงมาแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ด้วยการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ
ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ปริมาณน้ำจาก 1.6 เป็น 7.4 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำท่วมขังที่เคยกินเวลา 3 เดือนทุกปี จะลดเหลือไม่ถึง 20 วัน บางปีจะไม่เกิดเลย และมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ไร่
สิ่งที่ทำให้ “โพนงาม” ต่างจากโครงการอื่น คือกระบวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจริง ชาวบ้านเสนอให้ทำชั้นพักหรือเบิร์มในบ่อ เพื่อเป็นพื้นที่วางไข่ปลา ทีมงานรับฟังและปรับแบบตามทันที ส่วนดินขุดลอก 6 ล้านลูกบาศก์เมตร แทนที่จะขนไปทิ้งด้วยงบฯกว่าพันล้าน ก็นำมาถมรอบขอบหนองในรัศมี 1.5 กม.
โดยกรมที่ดินและกรมพัฒนาที่ดิน ช่วยวางผังให้สิทธิแปลงนาของชาวบ้านยังคงอยู่ครบถ้วน พื้นที่รกชัฏ (พื้นที่ที่มีวัชพืชขึ้นหนาแน่น รกทึบ ยุ่งเหยิง ยากต่อการสัญจร) ที่ไม่เคยใช้ประโยชน์ต้องทำให้เป็นไร่นาสีเขียว หลังน้ำเพิ่ม ปลาเริ่มเข้าและวางไข่ ปัจจุบันพบว่า 38 ชนิด ช่วยสร้างรายได้เสริมให้ 300 ครัวเรือน เฉลี่ยเดือนละ 3,000-6,000 บาทต่อครัวเรือน
อีกพื้นที่ที่น่าสนใจคือ “บ้านเหล่าฝ้าย อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ” พัฒนาภายใต้แนวคิด สร้างน้ำ แก้ดิน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต
ชุมชนมีจุดเด่นคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ปลูกเมล่อน ผักปลอดสารที่มีชื่อระดับจังหวัด แต่กลับติดหล่มอยู่กับปัญหาเดิมซ้ำซาก คือน้ำไม่พอ ดินเสื่อม ผลผลิตข้าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตำบลเกือบ 30%
บ้านเหล่าฝ้ายไม่ได้รอให้ใครมาช่วย ผู้นำ อบต.เหล่ากวาง ได้เรียนรู้ความสำเร็จจาก อบต.ขนุน อ.กันทรลักษ์ ที่ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำกับสถาบันมาก่อนหน้า แล้วนำกลับมาปรับใช้กับพื้นที่ตัวเอง
จากนั้น สถาบันร่วมกับ อ.โนนคูณ และหน่วยงานภาคี แก้ปัญหาน้ำด้วยการติดตั้งระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จากอ่างเก็บน้ำห้วยซุง และวางแผนผันน้ำจากห้วยขะยุงที่มีน้ำตลอดปีมาเติมอ่าง เพื่อรองรับความต้องการน้ำที่การเกษตรยังขาดอยู่ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ด้านดิน ปัญหาไส้เดือนฝอยที่กัดกินผลผลิตมานานได้รับการแก้ไขด้วยสารชีวภัณฑ์ พด.16 ที่ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย
ส่งผลให้ผลผลิตเมล่อนเพิ่มจาก 450 เป็น 700 กิโลกรัมต่อโรงเรือน โรงเรือนขยายจาก 40 เป็น 60 หลัง กำลังผลิตอยู่ที่ 12 ตันต่อเดือน สร้างงานในชุมชน 10-20 คน รายได้ 7,000-7,500 บาทต่อเดือน ทั้งมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอนาคตอันใกล้
หมู่บ้านต้นแบบทั้ง 10 แห่งที่ได้รับคัดเลือก ทุกภูมิภาค ประกอบด้วย บ้านยอด อ.สองแคว จ.น่าน, บ้านห้วยม่วง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี, บ้านโพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์, บ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, บ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา, บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และบ้านเหล่าฝ้าย อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘กาฬสินธุ์-ศรีสะเกษ’ แก้น้ำ-แก้ดิน สร้างอาชีพ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net