โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงาน แจงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทยในโอมาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

14 มีนาคม 2569 นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการดำเนินการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทยในโอมานว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จำนวนประมาณ 67,047 คน แจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 977 คน

ขณะนี้ได้เดินทางกลับมาแล้ว 72 คน อยู่ระหว่างการรอเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.69) อีกจำนวน 9 คน จากบาห์เรน ในส่วนการดำเนินการความช่วยเหลือลูกเรือไทยทั้ง 23 คน จากเหตุการณ์เรือสินค้ามยุรี นารีของไทย ถูกโจมตีในโอมานนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลือ ดังนี้

1) ประสานบริษัทเดินเรือเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือ 23 คน

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ประสานกับบริษัทพรีเซียส ฟลาวเวอร์ส เจ้าของเรือมยุรี นารี ทำให้ทราบการดูแลช่วยเหลือลูกเรือไทย 20 คน ภายหลังได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากเรืออย่างปลอดภัยแล้ว โดยบริษัทฯ ได้จัดให้ลูกเรือทุกคนพักอาศัย ณ โรงแรม Diwan AI Amir Hotel (ดิวาน อัล อัลมัย) เมืองคาซับ ราชอาณาจักรโอมาน โดยให้พักเดี่ยว พร้อมจัดหาอาหาร ยาเวชภัณฑ์ และเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็นให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ ลูกเรือทุกคนยังสามารถใช้โทรศัพท์ในการติตต่อสื่อสารไปยังครอบครัวในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกเรือรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่มือ ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว และได้กลับมาพักที่โรงแรมดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ บริษัท ยังได้จัดหาบริการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตและการให้คำปรึกษาทางออนไลน์ผ่านนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาชาวไทยที่ได้รับใบอนุญาตและการรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้บริการแก่ลูกเรือแต่ละรายตามคำร้องขอ

นายสันติ กล่าวต่อว่า ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังคงติดอยู่ในเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระทรวงแรงงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยของลูกเรือต่อไป
2) ติดตามสิทธิประโยชน์ด้านค่าตอบแทนของลูกเรือ

บริษัทยืนยันว่าลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่สงครามตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร โดยบริษัทจะดำเนินการโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายภายในวันสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ

ส่วนของทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทจะดำเนินการชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้แก่ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน และพร้อมรับลูกเรือกลับเข้าปฏิบัติงานทันทีเมื่อมีความพร้อมและมีความประสงค์ที่จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง
3) อำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือ

กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี ได้ประสานการทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัตอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านเอกสารต่างๆ เพื่อให้ลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ลูกเรือทั้ง 20 คน มีเอกสารที่จำเป็นพร้อมต่อการเดินทาง โดยมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้

4) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านสร้างขวัญกำลังใจครอบครัวลูกเรือทั้ง 23 คน

กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวญาติพี่น้องของลูกเรือไทยทั้ง 23 คนแล้ว เพื่อสื่อสารความช่วยเหลือของกระทรวงแรงงานให้ครอบครัวทราบในทันที และตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกเรือทั้งหมดจะต้องได้รับจากนายจ้างตามกฎหมาย

“ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการประสานความช่วยเหลือในเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกเรือทั้ง 23 คน ควรจะได้รับต่อไป” นายสันติ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...