นักท่องเที่ยวจีนเติบโตทุกพื้นที่ สายการบินรุกเพิ่มไฟลต์รับดีมานด์
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกิดการชะลอการเดินทางแล้ว โดยในช่วงสัปดาห์แรกของการสู้รบ (1-8 มีนาคม 2569) นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 18
โดยตลาดที่ลดลงมากที่สุด คือ เยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิสราเอล
ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 มี.ค. 69 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 7,240,626 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 356,079 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดยังเป็นนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 1,185,806 คน
ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดถึงราว 30% กำลังจะกลายเป็นตลาด “ความหวัง” ของการท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง
นักท่องเที่ยวเติบโตทุกพื้นที่
“เลิศชาย หวังตระกูลดี” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-6 มีนาคม 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนสะสมรวม 1.158 ล้านคน เติบโต 6.38% เมื่อเทียบกับปี 2568 และจากการเก็บข้อมูลของสำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีน พบว่าภาพรวมยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องในทุกพื้นที่
“ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา (13-22 กุมภาพันธ์) นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 13% โดยกรุงเทพฯยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 เนื่องจากไม่ไกล ค่าใช้จ่ายไม่แพง วีซ่าสะดวก อัตราการจองโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยช่วงอายุการเดินทางที่เติบโตมากที่สุด คือ 23-30 ปี มีอัตราการเติบโตที่ 122.2% ทั้งนี้ มองภาพรวมทั้งปีน่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15%”
สำหรับพื้นที่สำนักงานเซี่ยงไฮ้ที่ดูแลพื้นที่มณฑลทางตะวันออก เช่น ซานตง หูเป่ย์ อันฮุย เจียงซู เจ้อเจียง เป็นพื้นที่เป็นตลาดที่มีทั้ง Volume และ Value เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชากรมีรายได้สูงสุด ปัจจุบันมีส่วนแบ่งจำนวนที่นั่งเครื่องบิน (Seats Capacity) อยู่ที่ประมาณ 32% ของตลาดรวม รองลงไปคือสำนักงานกว่างโจว ประมาณ 20%
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยได้ขยับจากตลาดแมสสู่ตลาดคุณภาพเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 (ก่อนโควิด) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 10-11 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่เป็น “กรุ๊ปทัวร์”
“วันนี้โครงสร้างนักท่องเที่ยวเที่ยวไทยเปลี่ยนไปแล้ว หากดูในเชิงจำนวนเราจะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยยังห่างจากปี 2562 อยู่พอสมควร แต่การใช้จ่ายหรือรายได้รวมผมว่ามูลค่าแซงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว”
อานิสงส์ Summer Blast
“ยลรวี สิทธิชัย” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานปักกิ่ง ระบุว่า ในภาพรวมตลาดจีนตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวดีขึ้นทุกสำนักงาน โดยในเดือนมีนาคมนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังมีจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13,000-14,000 คนต่อวัน ซึ่งนับว่าตลาดจีนยังมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่อง
โดยในเมืองปักกิ่งและในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 มณฑลเติบโตดีขึ้นกว่าปีที่ 2568 อย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยพบว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์) ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 13% ทั้งนี้ เนื่องจากภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยดีขึ้น บวกกับมีปัจจัยเรื่องของปัญหาระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ทำให้จีนปิดการเดินทางไปญี่ปุ่น
รวมถึงแรงส่งจากแคมเปญ ThailandSummer Blast ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเร่งด่วน โดยเฉพาะจากจีนผ่านเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ที่ยังดำเนินการต่อในปีนี้ รวมถึงการทำโปรโมชั่นกับพันธมิตรรายใหญ่ อย่าง Ctrip และ 6Renyou ซึ่งมียอดขายและตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญตลาดนักท่องเที่ยวที่เป็น “กรุ๊ปทัวร์” เริ่มกลับมา
“ในพื้นที่ของสำนักงานปักกิ่งนั้น ตลาดหลัก 60% จะเป็น FIT เดินทางเองแต่ในมณฑลที่เป็นต่างจังหวัดกลุ่มที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างมากอยู่”
เช่นเดียวกับ “สุรัสยา รัตนาภรณ์” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเฉิงตู ที่บอกว่า สำนักงานเฉิงตูรับผิดชอบดูแลพื้นที่หลักในภาคตะวันตก เช่น มณฑลเสฉวน มณฑลยูนนาน เมืองเฉิงตู ปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT มีสัดส่วนมากถึง 80% เป็นกรุ๊ปทัวร์เพียง 20% และปีนี้ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างชัดเจนเช่นกัน
โดยในช่วงเดือนที่ผ่านมาจำนวนเที่ยวบินเป็นบวกในทุกพื้นที่ โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตก็มาจากความเชื่อมั่นในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการ Thailand Summer Blast ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มเป็น 100%
“ในเดือนมีนาคมนี้มีจำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนตะวันตกและประเทศไทยสูงสุดเป็นอันดับ 1 แซงหน้าคู่แข่งอย่างเวียดนามแล้ว ซึ่งการยกเลิกเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นของคนจีนก็ทำให้สายการบินบางส่วนหันมาเพิ่มเที่ยวบินเข้าไทยและเกาหลีมากขึ้น”
สายการบินจ่อเพิ่มเที่ยวบิน
สอดรับกับ “แววดาว อนุสถิตย์ ดิอาร์ต” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานกว่างโจว ที่บอกว่า สำนักงานกว่างโจวดูแล 5 มณฑลในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ คือ กวางตุ้ง ไห่หนาน ฝูเจี้ยน หูหนาน และเจียงซี ในช่วงไตรมาส 2 (มกราคม-มีนาคม 2569) มีจำนวนที่นั่งสายการบินประมาณ 630,000 ที่นั่ง ฟื้นตัวกลับมาประมาณ 81.3% เมื่อเทียบกับปี 2562 และเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 4.4% แต่หากเทียบกับไตรมาสแรก (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) เพิ่มขึ้นถึง 19%
นอกจากนี้ สายการบินบางส่วนยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบินในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้อีก เช่น การบินไทย เปิดเส้นทางบินสู่เมืองฉางชา (มณฑลหูหนาน) ในวันที่ 10 พฤษภาคม จำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หูหนานแอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบินจากฉางชาเข้ากรุงเทพฯ จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และสปริงแอร์ไลน์ มีแผนเปิดเส้นทางบินจากเมืองฉางชาในช่วงสงกรานต์นี้ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นต้น
ส่วน “ฤดี เชี่ยวสมุทร” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานคุนหมิง (ดูแล 3 มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้)บอกว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวในพื้นที่ของสำนักงานคุนหมิงใกล้เคียงกับสำนักงานเฉิงตู มีสัดส่วนของกลุ่ม FIT เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนภาพรวมการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับสำนักงานอื่น ๆ เช่นกัน
ททท. โหมปั๊มนักท่องเที่ยวจีนมั่นใจสิ้นปีถึงเป้า 6 ล้านคน
เป็นความพยายามอย่างหนักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการสร้างการเติบโตให้กับตลาดนักท่องเที่ยวจีน หลังจากที่เผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรงจากกรณีของ นักแสดง “ซิงซิง” และตึก สตง.ถล่ม ในช่วงต้นปี 2568
กระทั่งกระแสความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาอย่างชัดเจนหลังจากที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระราชินีเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับขับเคลื่อนแคมเปญ Trusted Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มพลิกฟื้นกลับมาตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2568
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ททท.มุ่งเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในกลุ่มนักท่องเที่ยวสำคัญอย่างตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569 นี้ ไว้ที่ 6 ล้านคน
โดยชูแคมเปญ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” ฉลองครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต มุ่งเน้นฟื้นความเชื่อมั่นด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวโดยเริ่มตั้งแต่ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัดงาน Thailand Tourism & Mice Next 2026 ด้วยการเชิญผู้ประกอบการจีนมาประชุม (FAM Trip) เมื่อปลายเดือนมกราคม ต่อด้วยงานเทศกาลตรุษจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ล่าสุดคือการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจในงาน Amazing Thailand Mega TradeMeet in China 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการท่องเที่ยวและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นงานโรดโชว์ขนาดใหญ่
มีผู้ประกอบการไทย (Sellers) ทั้งโรงแรมและรีสอร์ต บริษัทนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม ร้านอาหาร ธุรกิจคมนาคมขนส่ง ฯลฯ ทั้งจากเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวของประเทศไทยเข้าร่วม 124 ราย และมีผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (Buyers) เข้าร่วมงานกว่า 450 ราย ได้มีโอกาสเจรจาธุรกิจ (Business Matching) พร้อมทั้งการนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ของประเทศไทยผ่านกิจกรรม Thailand Product Update Presentation
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” ภายในงาน Amazing Thai Night Zhong Tai Yi Jia Qin นำเสนอแนวคิด “การเดินทางที่หัวใจเลือก” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ ผ่านการมอบประสบการณ์ที่ตรงกับตัวตนและความรู้สึกระหว่างการเดินทาง และเพื่อนำไปสู่ความเชื่อมั่นและความผูกพันในระยะยาว และเป็นเครื่องมือให้แก่พันธมิตรนำไปใช้สื่อสารและนำเสนอขายได้ในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งตลาดจีน
“เราจะเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม New Generation และกลุ่มวัยทำงาน หรือ White Collar ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อเพิ่มความถี่ในการเดินทางและระยะเวลาพำนัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปให้สูงยิ่งขึ้น”
ขณะเดียวกัน ททท.ยังมุ่งเน้นการเพิ่ม Seat Capacity ด้วยการเติมเส้นทางและความถี่เที่ยวบินของสายการบินให้ได้ราว 8 ล้านที่นั่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.6 ล้านที่นั่ง ผ่านโครงการ“Thailand Summer Blast”เพื่อให้ Incentive กับสายการบินในการเพิ่มความถี่หรือเปิดเส้นทางบินใหม่ต่อภายใต้งบประมาณเดิมที่เหลืออยู่
โดยเชื่อมั่นว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์นอกเหนือความคาดหมาย ปีนี้ประเทศ ไทย น่าจะมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนได้ถึง 6 ล้านคนตามเป้าหมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักท่องเที่ยวจีนเติบโตทุกพื้นที่ สายการบินรุกเพิ่มไฟลต์รับดีมานด์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net