โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KKP Research หั่น GDP ปี 69 เหลือ 1.3% เตือนไทยรับมือ Stagflation

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 05.52 น.

KKP Research หั่นเป้า GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.3% จากเดิม 1.8% ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น 3.0% จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ เตือนเศรษฐกิจไทยเตรียมรับมือ Stagflation หนี้สาธารณะเสี่ยงทะลุเพดาน 70% คาดกนง. นัดสุดท้ายปี 69 ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.75%

21 เม.ย. 2569 กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยบทวิเคราะห์เรื่อง "KKP Research หั่นเป้า GDP ปี 2569 เหลือ 1.3% เซ่นพิษสงครามยืดเยื้อ เตือนไทยเตรียมรับมือภาวะ Stagflation" โดยระบุว่า สงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อเกินคาดกำลังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง KKP Research ประเมินว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือภาวะ Stagflation"หรือสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูง คล้ายกับวิกฤตการณ์ในช่วงทศวรรษ 1970

ทั้งนี้ในฐานะที่ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และพึ่งพารายได้จากภาคท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง ไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าหลายประเทศ KKP Research จึงปรับลดประมาณการ GDP ปี 2569 ในกรณีฐานลงเหลือ 1.3% จากเดิม 1.8% และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปเป็น 3.0% จากเดิม 0.2% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยที่ 92.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ผลกระทบจากสงคราม

กรณีฐาน (Base Case): คาดสงครามคลี่คลายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 92.5 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนจะปรับลงต่ำกว่า 70 ดอลลาร์/บาร์เรลภายในสิ้นปี 2570

กรณีคลี่คลายเร็ว (โอกาสเกิดน้อย): ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยที่ 77.5 ดอลลาร์/บาร์เรล ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะมีไม่มากและใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้

กรณีรุนแรง : ราคาน้ำมันเฉลี่ยอาจสูงถึง 130 ดอลลาร์/บาร์เรล และพุ่งทะลุจุดสูงสุดเกิน 150 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ ภาวะถดถอย (Recession)

ทั้งนี้ ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซ LNG เพราะเส้นทางขนส่งตะวันออกกลางยังมีผลต่อ การขาดแคลนปุ๋ย (กระทบผลผลิตการเกษตร), วัตถุดิบปิโตรเคมี (กระทบภาคอุตสาหกรรมพลาสติกและสิ่งทอ) และ ฮีเลียม (จำเป็นต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก)

ราคาน้ำมันพุ่ง กระทบ4 ช่องทาง

เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันแตกต่างจากช่วงหลังโควิดปี 2565 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปี 2565 ยังมีอุปสงค์คงค้าง (Pent-up demand) เป็นตัวรองรับ วันนี้พื้นฐานทางการเงินของครัวเรือนอ่อนแอลงมาก และต้องรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงผ่าน 4 ช่องทางพร้อมกัน ได้แก่

(1) ภาคการท่องเที่ยวซบเซา โดยต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและความเชื่อมั่นที่ลดลง ทำให้ KKP Research ปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ลงเหลือ 31.2 ล้านคน จากเดิม 35.1 ล้านคน)ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และการขนส่ง

(2) การส่งออกเผชิญแรงกดดัน จากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น, อุปสงค์ต่างประเทศที่อ่อนแอลงในตลาดคู่ค้าหลัก (สหรัฐฯ จีน ยุโรป ญี่ปุ่น) และความเสี่ยงจากการสอบสวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

(3) กำลังซื้อครัวเรือนหดตัว โดยราคาพลังงานคิดเป็น 14% ของตะกร้าการบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นจากการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล จะกดดันกำลังซื้ออย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

(4) หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน โดยรัฐบาลมีพื้นที่ทางนโยบายการคลังจำกัด การเติบโตของ GDP ที่ต่ำลงและการอุดหนุนเพื่อลดภาระประชาชน อาจดันให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ทะลุเพดาน 70% เร็วขึ้น

คาด กนง. หั่นดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจปลายปี

แม้ในภาวะ Stagflation ธนาคารกลางทั่วโลกมักตัดสินใจลำบาก แต่ KKP Research ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะดำเนินนโยบายไปในทางผ่อนคลายมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากบริบทเงินเฟ้อของไทยเพิ่งพ้นจากภาวะติดลบ ประกอบกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงต่อเนื่องมีน้อยกว่าในปี 2565

ทั้งนี้คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง และมีโอกาส ปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมลงสู่ระดับ 0.75% ในการประชุมรอบสุดท้ายของปี 2569 เพื่อพยุงกำลังซื้อที่อ่อนแอ ก่อนจะปรับขึ้นกลับสู่ 1.0% ในปี 2570

“ไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน พึ่งพาการท่องเทียว มีหนี้ครัวเรือนสูง พื้นที่ทางการคลังจำกัด ครัวเรือนยังฟื้นตัวจากโควิดไม่เต็มที่ ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือสงครามอาจจะยืดเยื้อกว่าที่คาด หากสถานการณ์ลุกลาม Stagflation หรือเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานและสินค้า จะกลายเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยท่องเที่ยว การบริโภค และมีแรงกดดันต่อ การคลังพร้อมกัน KKP Research จับตา 4 ปัจจัย ได้แก่ แนวโน้มราคาน้ำมัน ความเร็วของการซบเซาด้านท่องเที่ยว การตอบสนองด้านการคลังต่อข้อจำกัดเพดานหนี้ และการสื่อสารของ กนง. ต่ออัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มขยับสูงเกินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...