ผัวเมียโร่ร้องสื่อ จี้คดี 7 ชายหญิงอ้างเป็น ปปส. บุกบ้านขู่มีปืน-มีด ปล้นจยย.
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก นายเอก(นามสมมุติ) อายุ 30 ปี และ น.ส.บี (นามสมมมุติ) อายุ 29 ปี ว่าถูกชายฉกรรจ์และผู้หญิง รวม 7 คน บุกเข้าไปก่อเหตุ ใช้อาวุธปืน อาวุธมีด ข่มขู่ แล้วชิงเอารถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟอร์ซ่า สีเขียว ทะเบียน ชลบุรี ออกจากบ้านไป เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ที่บ้านเลขที่ 79/28 หมู่ 6 ซอยมาบยายเลีย 20 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
จึงเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึง นายเอก และ น.ส.บี ให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ ได้รับว่าจ้างซ่อมรถจากคู่ผัวเมียคู่หนึ่ง ย่านจอมเทียน แล้วเกิดปัญหา แบตเตอรี่ และท่อไอเสียถูกนำไปปรับเปลี่ยนสภาพ สร้างความไม่พอใจกับคู่รักสองคนนี้มาก ซึ่งตนให้ความเคารพมาโดยตลอด กระทั่งมีนายเอ็กซ์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) จ.ชลบุรี นำรถจักรยานยนต์มาให้ซ่อม ซึ่งตนรู้สึกผิดปกติ เนื่องจากลักษณะรถนั้น คล้ายกับรถหลุดจำนำ และรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึด แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นตำรวจ ประกอบกับตัวเองอยากได้เงินเลี้ยงลูกวัย 8 ปี และ 6 ปี ที่อยู่ด้วยในวันเกิดเหตุ
นายเอก เล่าอีกว่า แต่ปรากฏว่าเมื่อเดือนก่อน รถจักรยานยนต์ของนายเอ็กซ์ ได้ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ไป พร้อมกับกล้องวงจรปิด ตนยอมรับในความผิดพลาด พร้อมจะชดใช้ค่าเสียหาย กระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้บุกมาทั้งผู้ชายและผู้หญิงรวม 7 คน แล้วข่มขู่ว่า มีอาวุธปืนและอาวุธมีด ต้องการมาทวงท่อไอเสียรถจยย. ก่อนจะเข้ามาจะทำร้ายแฟนสาว แล้วแยกเอากุญแจรถจักรยานยนต์ ขี่ออกไปหน้าตาเฉย ตนพยายามติดต่อนายเอ็กซ์ ก็อ้างว่าจะนำมาคืนให้ แต่ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.หนองปรือ ไว้แล้ว
นายเอก เผยว่า อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงรู้จักกับกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ตนมีลูกจึงอยากเลิกข้องเกี่ยวกับสิ่งผิดกฏหมายทุกรูปแบบ แต่กลับมาถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกเข้ามาแล้วชิงเอารถไป สร้างความหวาดผวาให้กับตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับกุมกวาดล้างแก๊งผู้กระทำผิด ซึ่งตนรู้ดีว่าแก๊งนี้มีส่วนพัวพันกับ เรื่องยาเสพติดและรับจำนำรถด้วย แต่ด้วยความมีอิทธิพลจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกล้ายุ่ง จึงร้องสื่อให้ช่วยติดตามคดีอีกทางหนึ่ง