“เอกนัฎ” ลุยปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ ปรับโครงสร้างค่าไฟขั้นบันได “ใช้น้อยจ่ายน้อย ใช้มากจ่ายมาก”
“เอกนัฎ” ลุยปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ ปรับโครงสร้างค่าไฟขั้นบันได “ใช้น้อยจ่ายน้อย ใช้มากจ่ายมาก”
วันที่ 12 เม.ย. 2569 นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยแผนปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน พร้อมเดินหน้ามาตรการคลังสำรองพลังงาน-Direct PPA และส่งเสริมโซลาร์เซลล์ โดยระบุว่า แม้ไทยจะผลิตไฟฟ้าได้เองกว่า 50% แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟผันผวนตามตลาดโลก
กระทรวงพลังงานจึงอยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟเป็นแบบขั้นบันได “ใช้น้อยจ่ายน้อย ใช้มากจ่ายมาก” เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนตรงจุดมากขึ้น ควบคู่กับการเร่งส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดข้อจำกัดต่าง ๆ เปิดทางให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และสามารถขายไฟคืนเข้าระบบได้ รวมถึงผลักดันให้อุตสาหกรรมใหม่ใช้พลังงานสะอาดผ่านระบบ Direct PPA
นายเอกนัฎยังระบุว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ได้เร่งแก้ปัญหาราคาพลังงานเป็นอันดับแรก โดยนำข้อมูลจากคณะกรรมการศึกษาต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมาปรับใช้ พร้อมเรียกโรงกลั่นเข้าหารือ หลังพบความผิดปกติของกลไกราคา ที่เอื้อให้มีกำไรสูงเกินควร
ในระยะสั้น จะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการปรับราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อบรรเทาผลกระทบ แทนการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งถือเป็นมาตรการสุดท้าย เนื่องจากเป็นรายได้สำคัญของรัฐ พร้อมย้ำว่าจะบริหารกองทุนอย่างรอบคอบ และเตรียมปรับเกณฑ์การชดเชยไม่ให้กองทุนมีอำนาจมากเกินไป
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่น้ำมันทั้งหมด ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง ไปจนถึงสถานีบริการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
ส่วนแผนระยะยาว ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างคลังสำรองพลังงานของชาติ ลดความเสี่ยงจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่มีสัดส่วนกว่า 90% พร้อมส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล และเอทานอล แม้ต้นทุนสูงกว่า แต่จะช่วยสร้างรายได้ให้ภาคเกษตรในประเทศได้อย่างยั่งยืน