โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คืบหน้าคดีโจรยกตู้เซฟ 250 กก. “มดออย” ตร.เร่งไล่กล้อง-สอบพยาน ล่าคนร้ายเชิดทรัพย์ 3 ล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความคืบหน้าคดีคนร้ายยกตู้เซฟน้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม ของอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง “มดออย” ซึ่งภายในบรรจุทรัพย์สินมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยาน เพื่อเร่งคลี่คลายคดี
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 หลัง น.ส.พรรณราย ผู้เสียหาย ได้นำเอกสารการแจ้งความเข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นตู้เซฟยังอยู่ภายในห้องพักคือวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะมาทราบอีกครั้งว่าตู้เซฟหายไปในคืนวันที่ 14 มีนาคม เวลาประมาณ 23.30 น. หลังจากแฟนหนุ่มเปิดตู้บิวต์อินภายในห้องและพบว่าตู้เซฟที่ซ่อนไว้ด้านในได้หายไป ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากตู้เซฟมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก
จากการตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟ พบว่ามีทองคำแท่งรวม 35 บาท ได้แก่ ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง และทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ อาทิ สร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวย น้ำหนัก 4 บาท เลี่ยมกรอบทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณเลี่ยมกรอบทองคำ มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการงัดแงะหรือการรื้อค้นทรัพย์สินอื่น ๆ ขณะที่ประตูห้องยังอยู่ในสภาพปกติ จึงเชื่อว่าคนร้ายอาจเข้ามาก่อเหตุในช่วงที่ไม่มีใครอยู่ และน่าจะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักมาก คาดว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน และอาจต้องใช้กำลังอย่างน้อย 3 คนในการเคลื่อนย้าย

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานภายในห้องพักอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียม ซึ่งมีติดตั้งอยู่หลายจุด โดยพบว่าช่วงเวลาที่ผู้เสียหายยังพบทรัพย์สินครั้งสุดท้ายคือวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และมาทราบว่าทรัพย์สินสูญหายในวันที่ 14 มีนาคม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังหลายวัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และได้สอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 3–4 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาประกอบกับพยานบุคคลและพยานแวดล้อม ก่อนสรุปข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าคดีนี้จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมากก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...