โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เท่าพิภพ" ไม่มายด์ ตัดงบข้าวสภา ชี้มีงบอื่นน่าจับตาอีกมาก เล็งดันประกัน EIA-แก้ที่ดินสาธารณะ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

17 มีนาคม 2569 กรุงเทพฯ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกระแสการเสนอตัดงบประมาณสภาว่า ตนเองยังยืนยันคำเดิมว่าเห็นด้วยกับการปรับลดงบค่าอาหาร สส. จะตัดออกไปเลยก็ได้ตนไม่ติดอะไร หรือจะเปลี่ยนรูปแบบไปเลยก็ได้เพราะมองว่าทุกวันนี้มันเยอะเกินไป ซึ่งความจริงถ้าจะจัดให้ สส. ก็ควรทำเป็นคูปองหรือรูปแบบอื่นมากกว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์ตลอดเวลาแบบนี้

โดยประเด็นงบอาหารนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการทุจริตงบประมาณในส่วนอื่นอย่างการสร้างถนนที่เหมือนการกินเหล็กกินปูน ซึ่งในหลายกระทรวงก็มีงบประมาณที่อีลุ่ยฉุยแฉกกว่าสภามาก แต่แน่นอนว่า สส. มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสังคม

ส่วนเรื่องกองทุนบำนาญ สส. นั้น เท่าที่เข้าใจคือเป็นการส่งเงินเข้ากองทุนคล้ายกับระบบประกันสังคม ซึ่งถ้าจ่ายแล้วกองทุนอยู่ได้และมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมตนก็ไม่ได้ติดขัดอะไร แม้จะยังไม่ได้ดูรายละเอียดการคำนวณที่ชัดเจนก็ตาม

"เรื่องงบข้าว สส. ผมไม่มายด์ ยืนยันคำเดิมว่าตัดก็ได้ หรือจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นคูปองสัก 100 บาทก็ได้ ให้ไปซื้อกินเองในโรงอาหารเดิม ไม่ต้องเป็นบุฟเฟ่ต์ตลอดแบบนี้ คือตอนนี้ตั้งงบเผื่อไว้ 861 บาทต่อมื้อมันเยอะเกิน แต่ใช้จริงอาจต่ำกว่านี้ มันมั่วไปหมดจนไม่รู้เงินไปไหนบ้าง ข้าวไปไหนบ้าง เราต้องรัดเข็มขัด ส่วนเรื่องผู้ช่วยถ้าลดเหลือ 3 คนก็หนักนะ จริงๆ ควรให้งบมาเป็นก้อนแบบอังกฤษแล้วไปบริหารเอง เพราะ 15,000 ในกรุงเทพฯ มันอยู่ไม่ได้ เด็กจบใหม่ทำได้ 2 ปีก็ต้องไปเรียนต่อ ไม่มีแครีเออร์พาสให้เขา ผมยังเคยบอกน้องเลยว่าอย่ามาทำต่อเลย ไปหาชีวิตตัวเองเถอะ ดีกว่ามาจมอยู่กับเงินแค่นี้ เพราะ สส. บางคนเขาไม่ได้ทำอะไรก็อาจจะไม่ต้องใช้ผู้ช่วยเยอะ แต่สำหรับผมมันจำเป็นต้องมีคนทำงานพื้นที่"

นายเท่าพิภพ กล่าวว่า สำหรับแผนการทำงานในปีนี้ ตั้งใจจะขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ EIA โดยต้องการให้บริษัทประกันภัยเข้ามาเป็นมือที่สามในการประเมินความเสี่ยงและรับผิดชอบโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นหลักประกันให้ชาวบ้าน

เพราะปัจจุบันเจ้าของโครงการมักจ้างบริษัทในเครือตัวเองมาทำ EIA ทำให้การประเมินอาจไม่รัดกุมตามมาตรฐาน และไม่โปร่งใส หากมีระบบประกันภัยเข้ามาบังคับใช้ ทั้งโครงการรัฐและเอกชนก็จะมีความโปร่งใสมากขึ้น ไม่ปล่อยให้เกิดความสูญเสียแล้วต้องมารอการเยียวยาหรือฟ้องร้องกันเอง ซึ่งบางเคสในอดีตอย่างที่ สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) มีกรณีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลชัดเจนว่าครอบครัวได้รับเงินชดเชยเท่าไรและอย่างไร หรือหากมีการฟ้องร้องจะใช้งบส่วนไหน

นายเท่าพิภพ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่ดินสาธารณะ ยกตัวอย่างกรณีวัดวิมุตยารามในเขตบางพลัด ที่เจ้าอาวาสอยากยกที่ดินให้ กทม. สร้างโรงพยาบาลมูลค่า 120-130 ล้านบาท แต่กลับถูกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเรียกเก็บค่าเช่าที่ดินจาก กทม. ถึง 30 ล้านบาทในระยะเวลา 30 ปี หรืออาจจะถึง 40 ล้านบาท จน กทม. ไม่สามารถสร้างได้ ซึ่งตนมองว่าเป็นการเก็บเงินกันเองของหน่วยงานรัฐเหมือนกระเป๋าซ้ายเข้ากระเป๋าขวา รวมถึงยังมีปัญหาเรียกค่าชดเชยเวลาจะขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐบางแห่ง โดยตนเตรียมหาทางผลักดันกฎหมายที่ดินและประมวลรัษฎากรเพื่อให้ที่ดินเหล่านี้กลับมาเป็นสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...