ระเบิดสนั่นดูไบ! UAE ปิดน่านฟ้าฉุกเฉิน สกัดขีปนาวุธอิหร่าน
กองทัพ UAE เร่งสกัดโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน หลังเกิดเสียงระเบิดเหนือดูไบ ส่งผลให้ต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราว ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ดันวิกฤตตะวันออกกลางลุกลาม
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 10.20 น. สำนักข่าว AP รายงานว่าเกิดเหตุระเบิดดังขึ้นเหนือเมืองดูไบในช่วงเช้าวันอังคาร ขณะที่กองทัพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เร่งสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ส่งผลให้ทางการต้องประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้งหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ระลอกใหม่ในอิหร่าน โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ครอบคลุมหลายพื้นที่ในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งเพิ่มระดับการโจมตีต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้เป็นระลอกไปยังเป้าหมายในภูมิภาค
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นทำให้ความกังวลต่อวิกฤตพลังงานโลกทวีความรุนแรง แม้จะยังมีเรือบางส่วนสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่การโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านในพื้นที่ดังกล่าวทำให้การขนส่งน้ำมันชะลอลงอย่างมาก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า ได้เรียกร้องให้หลายประเทศส่งกองเรือเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประเทศใดให้คำมั่นเข้าร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบยังเปิดใช้งานได้ แต่ไม่ใช่สำหรับสหรัฐ อิสราเอล และพันธมิตร
ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เตหะรานได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ใน UAE ทางการระบุว่าได้ปิดน่านฟ้าชั่วคราวเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรน ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มมีเสถียรภาพ โดยมีการส่งสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนในดูไบ และมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นจากการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศ
นอกจากนี้ยังเกิดเหตุโดรนโจมตีทำให้ถังเก็บน้ำมันในเมืองฟูไจราห์เกิดเพลิงไหม้ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของ UAE ในการรักษาความต่อเนื่องของการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสายการบินหลักอย่าง Emirates และ Etihad ท่ามกลางภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
ด้านอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทั้งในอิหร่านและเลบานอน โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วหลายร้อยราย และประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพ ขณะที่ในอิสราเอล ขีปนาวุธจากอิหร่านถูกสกัดกั้นเหนือกรุงเยรูซาเล็ม ส่งผลให้เศษซากตกในพื้นที่สำคัญทางศาสนา
สถานการณ์ความขัดแย้งยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก โดยการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก กำลังดันราคาพลังงานสูงขึ้น เสี่ยงกระทบต้นทุนสินค้าและอาหาร โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
แม้ทรัมป์จะระบุว่ามีหลายประเทศพร้อมเข้าช่วยดูแลความปลอดภัยในช่องแคบ แต่พันธมิตรสำคัญยังคงลังเล ขณะที่ยุโรปเรียกร้องความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของสงคราม ด้านญี่ปุ่นและออสเตรเลียยืนยันว่ายังไม่มีแผนเข้าร่วมปฏิบัติการ
ทั้งนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ประเทศสมาชิกยังมีน้ำมันสำรองรวมกว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล พร้อมใช้รองรับวิกฤตอุปทาน ขณะที่กองทัพสหรัฐระบุว่ากำลังมุ่งเป้าป้องกันภัยคุกคามต่อเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง : apnews.com