ศาลยุติธรรมสั่งถอดสูทประชุมตามนโยบายประหยัดพลังงาน แต่ย้ำผู้พิพากษา-ทนาย ขึ้นบัลลังก์ยังต้องสวมครุยทับสูทตามกฎหมาย
ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด่วนเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานอันสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสั่งการให้หน่วยงานราชการพิจารณามาตรการปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) ระงับการเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ และปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายด้วยการงดสวมใส่เสื้อสูทในการประชุมเพื่อประหยัดพลังงานนั้น
วันนี้ (17 มีนาคม) สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ทันทีที่มีมติ ครม. ออกมา ในวันรุ่งขึ้น (11 มีนาคม) ธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้เรียกประชุมด่วนและออกหนังสือเวียนแจ้งมาตรการไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศ รวมถึงหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางประหยัดพลังงานของรัฐบาล แม้ที่ผ่านมาศาลยุติธรรมจะมีการรณรงค์เรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำและยกระดับสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนและเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศและการลดใช้พลังงานในอาคาร
ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา พร้อมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย โดยไม่ต้องสวมเสื้อสูทและไม่จำเป็นต้องผูกเนกไท อนุญาตให้สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีแทน พร้อมทั้งสั่งการให้ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในห้องประชุมใหญ่ลง ซึ่งในส่วนของศาลอุทธรณ์และศาลอื่นๆ ก็ได้นำแนวทางเดียวกันนี้ไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม โฆษกศาลยุติธรรมได้ชี้แจงถึงข้อยกเว้นที่สำคัญว่า ในส่วนของการพิจารณาพิพากษาคดีภายในห้องพิจารณาคดี (บนบัลลังก์) นั้น เครื่องแบบของผู้พิพากษา พนักงานอัยการ รวมถึงทนายความ มีกฎหมายและระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องมีการสวมชุดครุยทับเสื้อสูท ดังนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่ยังคงต้องแต่งกายตามระเบียบและสวมชุดครุยตามปกติเพื่อความเคารพต่อสถานที่และกระบวนการยุติธรรม แต่ในส่วนของการบริหารจัดการอุณหภูมิแอร์ในห้องพิจารณาคดีนั้น จะต้องมีการปรับลดการใช้พลังงานตามแนวทางที่สำนักงานศาลยุติธรรมและ ครม. กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
สำหรับประเด็นการให้ข้าราชการปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) นั้น สุริยัณห์ ระบุว่า สำนักงานศาลยุติธรรมกำลังรอพิจารณารายละเอียดที่ชัดเจนจาก ครม. เพื่อนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานขององค์กร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนโดยตรง รวมถึงกระบวนการพิจารณาคดีที่ต้องดำเนินการตามปกติในศาล ไม่สามารถใช้วิธี Work from Home ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ดี หากเป็นกรณีที่ระเบียบหรือกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ ศาลยุติธรรมพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีการพิจารณาคดีทางออนไลน์ ซึ่งเคยใช้และมีระบบรองรับอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 กลับมาปรับใช้บังคับอีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวก ลดการเดินทาง และตอบสนองต่อมาตรการประหยัดพลังงานในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ