ตลท. เดินหน้า JUMP+ เร่งเครื่อง SME รับมือวิกฤต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 09.08 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเดินหน้าผลักดันธุรกิจยุคใหม่ หรือ New Economy เข้าสู่ตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างของบริษัทจดทะเบียนในไทยยังมีกลุ่มธุรกิจดั้งเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาธุรกิจโมเดลใหม่ๆ เข้ามาเสริมศักยภาพ ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้ต้อนรับ บริษัท มูฟฟาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MF26 เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ลำดับที่ 10 และเป็นหลักทรัพย์ตัวที่ 2 ของปีนี้ ซึ่ง MF26 ถือเป็นตัวแทนของธุรกิจยุคใหม่ที่นำเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียมาสร้างเป็น Social E-commerce Platform เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
นายประพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระดาน LiVEx ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยไม่เน้นพิจารณาที่ผลกำไรเป็นหลัก เปรียบเสมือนการทำ "Pre-IPO on Exchange" หรือการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จุดเด่นสำคัญของ LiVEx คือเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนที่ผ่อนคลายกว่า โดยกำหนดให้ทำบัญชีชุดใหญ่เพียง 1 ปี แทนที่จะเป็น 3 ปีเหมือนตลาดอื่นๆ ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่เปิดดำเนินการ LiVEx ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการเป็นสปริงบอร์ดให้ธุรกิจ โดยมีบริษัทอย่าง MMM ที่สามารถย้ายจาก LiVEx เข้าไปจดทะเบียนในตลาด mai ได้สำเร็จแล้ว ปัจจุบันมีบริษัทที่สนใจและอยู่ในไพพ์ไลน์รอเข้า LiVEx อีกประมาณ 70 บริษัท ซึ่งต่อยอดมาจากผู้เข้าร่วมหลักสูตร LiVE Acceleration Program กว่า 350 บริษัท และคาดว่าในปีนี้จะมีบริษัทหน้าใหม่เข้าจดทะเบียนเพิ่มอีกราว 5 บริษัท ซึ่งจะทำให้ตลาดนี้มีหลักทรัพย์รวมแตะระดับ 15 บริษัท
นอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างแหล่งเงินทุนแล้ว นายประพันธ์ ยังตระหนักถึงความท้าทายของผู้ประกอบการ SME ท่ามกลางวิกฤตโลก ทั้งปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลุ่ม SME ถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางต่อปัจจัยเหล่านี้มากที่สุด แม้จะมีข้อได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่นในการปรับตัวก็ตาม ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงอยู่ระหว่างการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์สำคัญในการอยู่รอด โดยชี้ว่าการเติบโตเพียงลำพังในยุคนี้เป็นเรื่องยาก ผู้ประกอบการจึงต้องพึ่งพาการสร้างพันธมิตร (Partnership) เพื่อต่อยอดธุรกิจ รวมถึงต้องเร่งทำ Digital Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน
สำหรับทิศทางของตลาด mai ในปีนี้นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เดินหน้าแคมเปญ "JUMP+" โดยตั้งเป้าผลักดันบริษัทจดทะเบียนกว่า 50 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถสร้าง New S-Curve ของตนเองได้สำเร็จ ผ่านการพัฒนาใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การเติบโตของธุรกิจ (Business), การกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) และการจัดการด้านคาร์บอน (Carbon) ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดทุนยังอาจเข้าถึงภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ได้ไม่มากพอ จึงได้พัฒนา "LiVE Platform" ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางให้ความรู้และเครื่องมือเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการ โดยที่ผ่านมามีการลงพื้นที่จัดสัมมนากว่า 100 เวที และมีเนื้อหาให้เรียนรู้บนแพลตฟอร์มแล้วกว่า 1,300 รายการ เพื่อลดช่องว่างและปูทางให้ SME ไทยเติบโตสู่ตลาดทุนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต