โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ขานรับนโยบายรัฐบาล กระทรวงคมนาคม จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

สวพ.FM91

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 02.51 น.

กรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบายรัฐบาล กระทรวงคมนาคม จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแล ผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท คุมเข้มค่าโดยสารและการขนส่งสินค้า ไม่เอาเปรียบประชาชน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงคมนาคมโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตามที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบายรัฐบาล กระทรวงคมนาคม โดยได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และกองตรวจการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือเรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่กำหนด พร้อมกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างใกล้ชิดและห้ามมิให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าโดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนการประกอบการขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลกระทบและพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการให้สามารถดำเนินกิจการและใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับภาค การขนส่งสินค้า ประสานสมาคมสหพันธ์ภาคเอกชนให้ยังคงดำเนินกิจการขนส่งสินค้าเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ไม่ให้มีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกและสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเร่งรัดผลักดัน การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถ ให้สามารถขับรถบรรทุกได้อย่างปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ซึ่งจะช่วยให้ภาคการขนส่งทางถนนใช้พลังงานอย่างประหยัดในภาพรวม นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ DLT-TMS ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการงานขนส่งที่จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถบริหารจัดการงานขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการขนส่งเที่ยวเปล่า ช่วยให้ประหยัดพลังงานในการขนส่ง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบก กำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เก็บข้อมูลผลกระทบด้านต้นทุน เพื่อเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาต่อกระทรวงคมนาคม หากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่กระทบกับประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...