โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะ 10 หุ้นไทย กำไรปี 2569 ลุ้น All-Time High

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 05.28 น. • The Bangkok Insight

เจาะ 10 หุ้นไทย สื่อสาร -การเงิน- การแพทย์- ค้าปลีก รวมไปถึงอสังหาฯ กำไรปี 2569 ลุ้น All-Time High

ท่ามกลางภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ยังแกว่งตัวและขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน แต่ที่น่าสนใจคือข้อมูลล่าสุดจาก IAA Consensus กลับสะท้อนยังมีบริษัทจดทะเบียนอีกส่วนหนึ่งที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะสามารถทำกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ (All-Time High) ได้ในปี 2569 นี้

บทความนี้ ได้รวบรวมข้อมูลจากบทวิเคราะห์ ณ เดือนมี.ค. 2569 และกรองบริษัทยักษ์ใหญ่ ถูกคาดการณ์ว่ากำไรปีนี้เตรียมทำ All-Time High ส่วนใหญ่ยังคงเป็นธุรกิจแบบดั้งเดิม เช่น สื่อสาร การเงิน การแพทย์ ค้าปลีก รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์

หุ้นไทยเตรียมทำ All-Time High

1. ADVANC: บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโทรคมนาคมของไทย ให้บริการหลักทั้งมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS Fibre) และดิจิทัลเซอร์วิส โดยจุดแข็งคือฐานลูกค้าขนาดใหญ่และรายได้ประจำ (Recurring Income) ทำให้กระแสเงินสดมั่นคง

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 52,000 - 57,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 10-20%

หุ้นไทย

2. TRUE: บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมครบวงจร (Mobile, Broadband, TV, Digital Platform) หลังควบรวมธุรกิจ ทำให้เกิด Synergy ด้านต้นทุนและโครงข่าย ส่งผลให้แนวโน้มกำไรพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 22,000 - 26,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 140-180%

3. DELTA: บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังไฟฟ้า (Power Electronics) เช่น Data Center, EV, Industrial Automation โดยเป็น Global Supply Chain ที่ได้อานิสงส์จากเมกะเทรนด์ AI และพลังงานสะอาด

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 30,000 - 34,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 20-35%

4. MTC: บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและนาโนไฟแนนซ์ จุดเด่นคือการเข้าถึงลูกค้าระดับฐานรากทั่วประเทศ และการเติบโตตามการขยายสาขา

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 7,300 - 7600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 9-13%

5. SAWAD: บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถและสินเชื่อรายย่อย และมีการต่อยอดไปยังธุรกิจประกันและพันธมิตรทางการเงิน

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 5,300 - 5,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 5-15%

6. BDMS: บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) เครือโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ของไทย ครอบคลุมลูกค้าทั้งในประเทศและต่างชาติ โดยเฉพาะ Medical Tourism มีรายได้สม่ำเสมอและ Margin สูงเมื่อเทียบกับธุรกิจโรงพยาบาล

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 16,000 - 17,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 4-8%

7. CPALL: บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในไทย รวมถึงธุรกิจค้าส่ง (Makro) รายได้เติบโตตามการบริโภคในประเทศและจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 30,000 - 33,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 6-17%

หุ้นไทย

8. CPN: บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้า (Shopping Mall) รายใหญ่ของไทย มีรายได้หลักจากค่าเช่าและการพัฒนาโครงการ Mixed-use เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม และที่อยู่อาศัย

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 18,000 - 20,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 2-7%

9. WHA: บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และสาธารณูปโภค โดยได้อานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต (China+1) และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 5,200 - 5,400 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 2-6%

10. COM7: บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของไทย

นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 อยู่ในช่วง 4,100 - 4,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 3-16%

จะเห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่หุ้นไทย ที่ติดอันดับเข้ามา ล้วนอยู่ในดัชนี SET100 และการที่มีหุ้นจำนวนมากทำกำไร All-Time High ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของภาคธุรกิจไทย แต่อย่างไรก็ดี ในมุมของตลาดทุนสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือราคาหุ้นได้สะท้อนเรื่องเหล่านี้ไปแล้วมากแค่ไหน ซึ่งประเด็นที่ต้องพิจารณาให้รอบครอบต่อการ Selective Play

เพราะหัวใจสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ว่ากำไรโตแค่ไหน แต่คงเป็นการแสกนหาหุ้นที่ยังมี Upside เหลือให้เข้าซื้อ ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงนี้อาจไม่ใช่การไล่ซื้อหุ้นดี แต่เป็นการเลือกซื้อหุ้นที่ยังไม่แพงก็เป็นได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...