สตง. เตรียมเอกสาร 40,000 แผ่น ให้สอบปมตึกถล่ม ยันไม่สร้างต่อ ชี้ไม่มีใครอยากอยู่ที่เป็นแผลของเรา
ครบ 1 ปี ตึกสตง. ถล่ม โฆษกฯเผย เตรียมเอกสารกว่า 40,000 แผ่น ให้ตรวจสอบ ยันจะไม่มีการสร้างต่อ ส่วนพื้นที่เดิมเตรียมคืนสัญญาให้ทางการรถไฟ ชี้คงไม่มีใครอยากอยู่ที่เป็นแผลของเรา ย้ำจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการกรณีอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทรุดตัวและถล่มจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ว่า โครงการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2561 โดยมีการว่าจ้างออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน รวมวงเงินก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท แต่ภายหลังพบปัญหาการก่อสร้างล่าช้า และมีข้อบกพร่องด้านวิศวกรรม
จากผลการตรวจสอบจาก 4 สถาบันวิศวกรรม พบข้อบกพร่องสำคัญ เช่น การออกแบบและก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผนังรับแรงเฉือนมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ และจุดเชื่อมต่อโครงสร้างบางส่วนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้อาคารไม่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนได้
ด้านกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้าง ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดเกี่ยวกับธุรกิจของคนต่างด้าว และส่งเรื่องทุจริตให้ สำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว
ในส่วนการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือ
- ได้แจ้งบริษัทประกันภัยให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บเป็นไปตามวงเงินของแต่ละสัญญาประกัน
- แจ้ง คปภ. กำกับดูแลให้บริษัทประกันจ่ายตามกรมธรรม์ และกฎหมาย
- ประสานกระทรวงมหาดไทย เงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท รวมถึงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จำนวน 9,532,000 บาท
- ประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เยียวยาผู้เสียหาย รายละไม่เกิน 200,000 บาท จำนวน 18,403,932 บาท
- ประสานบริษัทผู้รับจ้างช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาทผู้เสียชีวิต รายละ 1,000,000 บาท และค่าทำศพ รายละ 50,000 บาท
- เยี่ยมผู้บาดเจ็บพร้อมมอบเงินเบื้องต้น รายละ 10,000 บาท และเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รายละ 200,000 บาท รวม 100,590,000 บาท
- ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ สตง. ร่วมช่วยเหลือ (เงินบริจาคของบุคลากร สตง.) มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 10,000 บาท เยี่ยมผู้บาดเจ็บพร้อมเงินช่วยเหลือ รายละ 5,000 บาท รวม 1,329,161 บาท รวมเงินเยียวยาและช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนกว่า 129 ล้านบาท
ปัจจุบัน สตง. ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและควบคุมงานแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และประสานบริษัทประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและตรวจสอบการยกเลิกสัญญาโครงการฯอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ดำเนินคดีตามหน้าที่และอำนาจ ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง พร้อมกับเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของภาครัฐ และงบประมาณที่สูญหายไป
นายสุทธิพงษ์ ยังบอกอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สตง. ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าไม่ได้ล่าช้าและทำงานกันอยู่ตลอด
สำหรับแผนการก่อสร้างอาคารใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีโครงการเพิ่มเติม และได้ระงับงบประมาณในพื้นที่เดิมไว้แล้ว และในที่ดินตรงนั้นคงไม่มีใครอยากไปอยู่ที่เป็นแผลของเรา จึงอยู่ระหว่างรอคืนสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนแนวทางในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
ในเรื่องของการทำงาน จากเหตุที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าแบบแผนนั้นจะถูกนำมาสร้างแบบไม่ถูกกฎหมาย ในวันนั้นเชื่อว่าผู้รับจ้างทำถูกเพราะเวลาลงตรวจสอบหน้างานก็เป็นไปตามที่ได้รับรายงานมา แต่พอรู้ว่าผู้รับเหมากระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีกันต่อไป
ส่วนในเรื่องของการทำงาน ในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมีหน่วยงานย่อย เกือบ 90 หน่วย มีทั้งจังหวัดและภูมิภาค ทุกคนก็ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง ในเรื่องของตึกถล่ม ต้องมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับพนักงานอีก 3-4 พันคน เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนแยกแยะหน้าที่การทำงาน
ทั้งนี้ ยืนยันว่า สตง. ตั้งแต่เกิดเหตุได้มีการเตรียมเอกสารทั้งหมด 44,412 แผ่น พร้อมให้หน่วยงานตรวจสอบ และพร้อมให้ความร่วมมือทุกมิติ หากพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดสามารถดำเนินการได้ทันที โดยย้ำว่า กรณีนี้ สตง. จะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สตง. เตรียมเอกสาร 40,000 แผ่น ให้สอบปมตึกถล่ม ยันไม่สร้างต่อ ชี้ไม่มีใครอยากอยู่ที่เป็นแผลของเรา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th