โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ระวัง! ปวดคอ บ่า ไหล่ไม่หาย อาจเกิดจากการรักษาไม่ตรงจุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

อาการปวดคอ บ่า และไหล่ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยทำงาน โดยมักมีความเกี่ยวข้องกับภาวะออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หรือการอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน การดูแลอย่างเหมาะสมจึงควรเริ่มจากการประเมินอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ ก่อนนำไปสู่การวางแผนการรักษาและการออกกำลังกายที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาและสนับสนุนผลลัพธ์ในระยะยาว

นพ. ธนวัฒน์ เพชรรัชตะชาติเวชศาสตร์ฟื้นฟูทั่วไปโรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่มักเกิ ดจากพฤติกรรมการใช้งานร่ างกายแบบเดิมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็ นเวลานานโดยไม่ลุกเปลี่ยนท่า หรือก้มมองโทรศัพท์ต่อเนื่องเป็ นเวลาหลายชั่วโมง หลายคนอาจเริ่มงานตั้งแต่เช้ าแล้วนั่งยาวไป 2–3 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว บางครั้งอยู่ในท่าเดิมเกือบทั้ งวัน ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนต้ องทำงานหนักต่อเนื่อง ขณะที่บางส่วนแทบไม่ได้ใช้ งานเลย เมื่อเป็นแบบนี้ซ้ำ ๆ ร่างกายจะเริ่มมีอาการตึง ล้า และปวด โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และไหล่ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในวั ยทำงาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดคอ มักเริ่มรู้สึกตึงเล็กน้อยช่วงสาย หรือหลังนั่งทำงานต่อเนื่องไปสักพัก และอาจชัดขึ้นในช่วงบ่าย

  • ปวดบ่า มักรู้สึกหนักหรือเกร็งบริเวณบ่า โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็น หลังอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ

  • ปวดไหล่ อาจเริ่มรู้สึกตึงหรือยกแขนไม่สบาย หลังใช้งานแขนหรือไหล่ซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน

  • ความรู้สึกตึงหรือเมื่อยล้าในกล้ามเนื้อ ซึ่งมักสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และชัดเจนหลังเลิกงาน หรือในวันที่ใช้งานร่างกายต่อเนื่องโดยไม่ได้พักอาการเหล่านี้อาจเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย แต่สามารถพัฒนาเป็นอาการเรื้อรังได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม การดูแลอาการปวดคอ บ่า ไหลในระยะเริ่มต้น ในเบื้องต้น ผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล มักเริ่มจากการดูแลตนเอง เช่น การพักการใช้งาน การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือการปรับท่าทางในการทำงาน บางรายอาจเข้ารับการดูแลเพิ่ มเติม เช่น กายภาพบำบัด หรือการรักษาเพื่อช่ วยลดอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ แม้แนวทางเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะหนึ่ง แต่อาการในผู้ป่วยบางรายอาจยังคงเป็น ๆ หาย ๆ หรือกลับมาเป็นซ้ำได้ ทำไมรักษาออฟฟิศซินโดรมแล้ว “ไม่ดีขึ้นสักที”? ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยพบว่า แม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่อาการยังคงกลับมาเป็นซ้ำ หรือไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ ยังไม่ทราบ “ต้นเหตุที่แท้จริง” ของอาการปวด เนื่องจากอาการปวดคอ บ่า ไหล อาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อบริ เวณที่รู้สึกปวดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีความไม่สมดุลของกล้ ามเนื้อในส่วนอื่นของร่างกายร่ วมด้วย หากไม่ได้รับการประเมินอย่ างละเอียด การรักษาอาจไม่ตรงกับสาเหตุ ของปัญหาในแต่ละบุคคล การดูแลออฟฟิศซินโดรมที่เหมาะสม ควรเริ่มจากการตรวจประเมินร่างกายที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการนำเครื่อง Physio Body Scan มาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยวิ เคราะห์การทำงานของกล้ามเนื้อทั่ วร่างกาย โดยแสดงผลในรูปแบบภาพ 3 มิติ ร่วมกับระบบ AI ที่ช่วยประมวลผลข้อมูล ทำให้สามารถมองเห็นความไม่สมดุ ลของร่างกายได้อย่างชัดเจน ภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที การตรวจประเมินนี้ช่วยให้สามารถ

  • ระบุจุดปวดตึงของกล้ามเนื้อ

  • ตรวจหาความไม่สมดุลของร่างกาย

  • วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานกล้ามเนื้อที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการปวดแนวทางการดูแลออฟฟิศซินโดรมแบบเฉพาะบุคคล หลังจากการประเมินอย่างละเอียด แนวทางการดูแลจะถูกออกแบบให้ เหมาะสมกับแต่ละบุคคล 1. การประเมินแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Assessment) ช่วยให้เข้าใจสภาพร่างกายและปั ญหาที่แท้จริงของผู้ป่วยแต่ ละราย 2. การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment Program) แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะพิ จารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้ องกับผลการประเมิน เพื่อให้การรักษามีความตรงกั บสาเหตุของอาการมากขึ้น ในบางกรณี อาจมีการใช้เทคโนโลยี ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมด้วย เช่น

  • Shockwave Therapy เพื่อดูแลอาการปวดจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ

  • PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ

  • Redcord Therapy เพื่อฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อเชิงลึกและปรับสมดุลของร่างกายทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีการรักษาจะพิ จารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่ วยแต่ละราย ภายใต้การดูแลของแพทย์เวชศาสตร์ ฟื้นฟูและทีมสหสาขาวิชาชีพ 3. การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic Exercise) การออกกำลังกายถูกออกแบบเฉพาะบุ คคล เพื่อแก้ไขความไม่สมดุลของกล้ ามเนื้อ และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาทั้งหมดนี้อยู่ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนั กกายภาพบำบัด หากอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ยังไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำแม้ได้รั บการดูแลแล้ว การเข้ารับการประเมินอย่างละเอี ยดโดยแพทย์เฉพาะทาง อาจเป็นก้าวสำคัญในการค้ นหาสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่การดูแลที่ตรงจุด เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาเคลื่ อนไหวได้อย่างสมดุล และลดโอกาสการเกิดซ้ำในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...