โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Wealth Native AI เริ่มต้นยุคสร้าง Wealth แบบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 09.02 น.

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยี AI ได้เปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของหลายอุตสาหกรรม โดยแอเรียที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและลึกที่สุด คืออุตสาหกรรมการเงินและการลงทุน ซีอีโอแบงก์ไทยรวมถึงซีอีโอระดับโลกหลายท่านประกาศวิสัยทัศน์ ตอกย้ำชัดเจนว่า วันนี้ AI คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ การขับเคลื่อนที่เข้มข้นนี้นำไปสู่แนวคิดที่กำลังถูกให้ความสนใจในระดับสากล นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า Wealth Native AI”

“Wealth Native AI” คือ AI ที่ถูกออกแบบมาสำหรับกระบวนการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth) แบบ end to end ตั้งแต่การเข้าใจสถานะทางการเงินของผู้ใช้ การตั้งเป้าหมายชีวิต การออกแบบกลยุทธ์การลงทุน ไปจนถึงการปรับพอร์ตและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แบบต่อเนื่องในระยะยาว เป็นระบบที่ช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตทางการเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวคิดนี้ตั้งคำถามใหม่กับโลกการเงินว่า หาก AI กลายเป็นแกนหลัก และเริ่มเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจบางส่วนแล้ว Wealth จะถูกสร้างขึ้นในรูปแบบใด

แม้แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่หากมองไปยังผู้เล่นระดับโลก จะพบว่าองค์ประกอบของ Wealth Native AI เกิดขึ้นแล้ว บริษัทจัดการสินทรัพย์ขนาดใหญ่อย่าง BlackRock ใช้ระบบ AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ความเสี่ยงในการบริหารพอร์ตระดับโลก ขณะที่ธนาคารอย่าง JPMorgan Chase และ Morgan Stanley ได้นำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยหลักของที่ปรึกษาการเงินในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและแนะนำการลงทุน

ในฝั่งกองทุน บริษัทอย่าง Two Sigma เป็นตัวอย่างของการใช้ machine learning ในการตัดสินใจลงทุนจริงในระดับองค์กร ขณะที่แพลตฟอร์ม robo-advisor เช่น Betterment และ Wealthfront ได้ทำให้การจัดพอร์ตอัตโนมัติกลายเป็นเรื่องที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้

AI ในปี 2026 จะมีบทบาทตัดสินใจมากขึ้น

รายงานจาก McKinsey หัวข้อ "US Wealth Management in 2035: A Transformative Decade Begins" ในเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา ชี้ว่าช่วงปี 2025-2026 คือจุดเริ่มต้นของทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นไปที่เรื่อง The Agentic Age หรือการเข้าสู่ยุคการใช้ AI เป็นตัวแทน โดย AI จะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเครื่องมือช่วยทำงานอัตโนมัติ ไปเป็นตัวแทนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ และสามารถให้เหตุผล แนะนำ รวมถึงลงมือทำแทนเจ้าของเงินหรือที่ปรึกษาได้ เช่น การปรับพอร์ตอัตโนมัติภายใต้กรอบของการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์

และภายในปี 2035 ทรัพย์สินกว่า 84 ล้านล้านดอลลาร์จะถูกส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักเลือกหาคำแนะนำการลงทุนจาก AI และโซเชียลมีเดียมากกว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม ดังนั้นบริการด้าน Wealth ในอนาคตจึงอาจไม่ได้สร้างผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่สร้างผ่านความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม

ขณะเดียวกันบริการแบบรายบุคคล (Hyper-personalization) ที่เคยมีแค่คนระดับเศรษฐี จะถูกย่อยให้กลายเป็นบริการดิจิทัลที่เข้าถึงคนระดับกลางได้ โดย AI จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนการออกแบบพอร์ตเฉพาะบุคคล ให้สามารถขยายได้สู่คนจำนวนมาก ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม รายได้ เป้าหมายชีวิต และความเสี่ยงของแต่ละคน แล้วสร้างคำแนะนำที่ปรับเปลี่ยนแบบ real-time ได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ Oliver Wyman หัวข้อ "10 Wealth Management Trends Shaping 2026" มองว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีสร้าง Wealth และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยเฉพาะการสร้างสิ่งที่เรียกว่า The Unified Client Brain” ซึ่งเป็นระบบสมองกลาง AI ที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างของลูกค้าแต่ละรายจากแหล่งต่าง ๆ ที่เคยกระจัดกระจายมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้ AI เข้าใจลูกค้าคนนั้นแบบ 360 องศา สามารถเสนอขายหรือปรับแผนการเงินได้ถูกจังหวะในระดับเรียลไทม์

นอกจากนี้ยังประเมินว่าการสร้าง Wealth จะมาจากการจัดการเงินสดในรูปแบบใหม่ (Tokenized Cash) โดยเงินในบัญชีจะไม่ใช่ตัวเลขที่นิ่งอยู่เฉย ๆ แต่ต้องสร้างผลตอบแทนได้จนถึงวินาทีที่ถูกใช้จ่ายออกไป โดย AI จะทำหน้าที่เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุด โดยพิจารณาจากราคาตลาดและภาษี เพื่อนำผลตอบแทนนั้นมาจ่ายแทนเงินสด

รายงานของ Oliver Wyman ยังมองถึงการเกิดสิ่งที่เรียกว่า Embedded Wealth” ที่หมายถึงช่องทางการสร้าง Wealth จะแทรกซึมอยู่ในทุกที่ เช่น ในระบบ Payroll ของบริษัท เว็บ E-commerce รวมถึงบริการ Super-apps ต่าง ๆ โดย AI จะเป็นตัวบอกว่า "เงินทอนจากรายการนี้ควรเอาไปลงทุนในหุ้นกลุ่มไหน" โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดแอปฯลงทุนแยกต่างหาก สามารถทำตรงนั้นได้ทันที

ทั้ง 2 รายงานนี้สะท้อนภาพโลกการเงินการลงทุนที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการสร้าง Wealth ซึ่งนี่คือแก่นของ Wealth Native AI มากกว่าการเป็นเครื่องมือที่การันตีความสำเร็จในการเพิ่มผลตอบแทน

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพในอนาคตจะดูน่าจับตา แต่ปัจจุบันยังตลาดยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ระบบส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบ คน+AI มากกว่า โดย AI เข้ามาช่วยเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอ ขณะที่คนยังมีบทบาทในด้านการกำกับดูแล การตั้งเป้าหมาย และการตัดสินใจในบริบทที่ซับซ้อน

การนำ AI มาช่วยในการลงทุนมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นชัดเจน เช่น ทำให้เห็นภาพชัดในหลายมิติ ลดอคติทางพฤติกรรม เพิ่มคุณภาพของการวิเคราะห์ และทำให้การตัดสินใจมีความสม่ำเสมอมากขึ้น งานศึกษาจาก CFA Institute ชี้ว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นักลงทุนทั่วไปได้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด ไม่ใช่เพราะขาดข้อมูล แต่เพราะตัดสินใจผิดจังหวะจากอารมณ์ ซึ่งเป็นจุดที่ AI สามารถเข้ามาช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

Wealth Native AI ไม่ใช่ทางลัดสู่ความรวย

การมี Wealth Native AI ไม่ได้การันตีว่าจะทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ และจะไม่ได้เข้ามาแทนที่การตัดสินใจของคนทั้งหมด ซึ่งที่จริงแล้วเราอาจไม่ควรปล่อยให้ AI ทำงานแบบอัตโนมัติโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลด้วยซ้ำ เพราะตัว Wealth Native AI ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและข้อกังวลที่ไม่สามารถมองข้ามได้เหมือนกัน เช่น

  • model risk หรือความผิดพลาดของโมเดล AI ที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน: หาก AI จำนวนมากถูกฝึกด้วยข้อมูลหรือสมมติฐานที่คล้ายกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น วิกฤติตลาดเงิน ตลาดทุน หรือการเกิดโรคระบาด AI เหล่านี้อาจตัดสินใจผิดพลาดในทิศทางเดียวกัน และสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง
  • ความไม่โปร่งใสของโมเดล AI: โดยเฉพาะในระบบที่ซับซ้อนอย่าง deep learning ซึ่งยากต่อการอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจ ในโลกที่เกี่ยวข้องกับเงินและความมั่นคงทางชีวิต การที่ผู้ใช้ไม่เข้าใจว่า AI ตัดสินใจอย่างไร อาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ตัวอย่างเช่น AI บอกให้ขายสินทรัพย์ทั้งหมด โดยที่เราอาจไม่รู้ว่าเพราะอะไร
  • Over-Optimization เก่งในอดีต แต่พังในอนาคต: AI มีความเก่งมากในการปรับกลยุทธ์ แต่สิ่งที่ต้องกังวลคือ เป็นการปรับที่อิงกับข้อมูลในอดีตมากเกินไป จนอาจทำให้ไม่สามารถรับมือกับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นจริงในบริษัทกองทุนจำนวนไม่น้อย ที่มีผลลัพธ์ย้อนหลังดีเยี่ยม แต่ไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพได้ในสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านพฤติกรรมของคนด้วย เพราะแม้ AI จะสามารถวิเคราะห์และแนะนำได้อย่างมีเหตุผล แต่ผู้ใช้ยังต้องเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย และคนยังคงมีอารมณ์ ความกลัว และข้อจำกัดทางจิตวิทยาที่ต่อให้เป็น Wealth Native AI ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด

บนเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum มีการตั้งคำถามถึงประเด็นด้านกฎระเบียบและความรับผิดชอบ เช่น หาก AI ตัดสินใจผิดพลาด ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ และจะควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบได้อย่างไร ซึ่งเมื่อมองภาพทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นว่า Wealth Native AI สามารถเป็นได้ทั้งตัวเร่งโอกาสประสบความสำเร็จ และตัวเพิ่มความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

และเมื่อ AI กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ สิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้จะไม่ใช่การเข้าถึงข้อมูลหรือการมีเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างเดียว แต่เป็นความสามารถในการตั้งคำถาม การมีวินัยในการลงทุน การมองระยะยาว และการเข้าใจตัวเองในฐานะนักลงทุน เพราะสุดท้ายแล้ว แม้ AI จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีกว่า แต่คนที่ต้องอยู่กับผลลัพธ์ของการตัดสินใจยังคงเป็นมนุษย์

นั่นจึงทำให้ความได้เปรียบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ใครมี AI?” แต่เป็นใครใช้ AI ได้เก่งกว่ากัน?”

นี่คือ 5 สิ่งที่ทุกคนควรทำตั้งแต่วันนี้เพื่อเริ่มต้นสร้างหรือรักษา Wealth ของตัวเอง พร้อมกับการเรียนรู้พื้นฐานการเงินการลงทุนควบคู่ไปด้วย เพราะคนที่จะคว้าได้เปรียบ ไม่ใช่คนที่รู้ลึกด้าน AI มากที่สุด แต่คือคนที่ “ใช้ AI ได้เก่งและสอดคล้องกับเป้าหมายของตัวเองมากที่สุด”

มาปลุกสกิล AI ด้านการเงิน–การลงทุน เตรียมความพร้อมให้ตัวเองเพื่อคว้า “โอกาสสร้างความมั่งคั่ง” ใน งาน “มหกรรมการเงิน Money Expo 2026” วันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ธีม “AI Wealth Creation” งานเดียวที่รวมทุกคำตอบของการสร้าง Wealth ไว้อย่างครบถ้วน พบเวทีสัมมนาเข้มข้นจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศที่พาคุณเข้าใจ AI แบบใช้งานได้จริง พร้อมผลิตภัณฑ์ทางการเงินและนวัตกรรมการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและยกระดับการลงทุนไปอีกขั้น

อ้างอิง : www.mckinsey.com , www.oliverwyman.com , rpc.cfainstitute.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...