โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อักษรฯ VS โบราณคดี ม.ศิลปากร มีสาขา "ภาษา" เหมือนกัน แต่ต่างกันยังไง?

Dek-D.com

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 03.20 น. • DEK-D.com
เปรียบเทียบความต่างของสาขาชื่อเดียวกันระหว่างอักษร VS โบราณคดี ในด้านเนื้อหาและการเรียน

น้องๆ คนไหนที่กำลังอินกับภาษา ก็คงกำลังมองหาคณะเรียนที่ใช่สำหรับตัวเองอยู่ใช่ไหมคะ แต่เคยสังเกตไหมคะว่า ที่ม.ศิลปากร มีคณะทางภาษาให้เลือกด้วยกันถึง 2 คณะ คือ คณะอักษรศาสตร์ และคณะโบราณคดี แล้วแบบนี้มันต่างกันยังไง พี่น้ำจะพาน้องๆ ไปหาคำตอบกันค่ะ

อักษรฯ VS โบราณคดี ม.ศิลปากร มีสาขา "ภาษา" เหมือนกัน แต่ต่างกันยังไง?

คณะอักษรศาสตร์ เรียนอะไร?

อักษรศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ “ภาษา” เพื่อให้เราเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งเป็นคณะที่เหมาะสำหรับน้องๆ ที่มีความสนใจในภาษาต่างๆเช่น ภาษาไทย อังกฤษ จีน หรือญี่ปุ่น แต่ความพิเศษคือ อักษรไม่ได้สอนแค่ “ภาษา” เท่านั้นเพราะเราจะได้เรียนเนื้อหาที่ครอบคลุมไปถึงศาสตร์อื่นๆ เช่น สังคม ประวัติศาสตร์ ดนตรี การแสดง ก็ล้วนแต่รวมอยู่ในคณะอักษรแห่งนี้เช่นกัน ในวันนี้พี่น้ำจะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับคณะอักษรศาสตร์ให้ลึกขึ้นยิ่งกว่าเดิมกันค่ะ

สำหรับสายภาษา เรามาเริ่มต้นกันที่ เอกภาษาไทยน้องๆ จะได้เรียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยอย่างรอบด้าน ซึ่งทำให้ได้พัฒนาทักษะทางการฟัง พูด อ่านและเขียนอย่างครบถ้วน

ส่วนเอกภาษาอังกฤษจะเน้นการเรียนภาษาแบบมืออาชีพ ทั้งการอ่าน การเขียนเชิงวิเคราะห์ การสื่อสาร เพื่อให้น้องๆ เข้าใจภาษาในระดับที่ลึกซึ้งมากยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังมีเอกภาษาตะวันตกอย่างภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสรวมไปถึงเอกภาษาตะวันออกอย่างภาษาจีน เกาหลีและญี่ปุ่นเป็นสาขาวิชาที่มีความท้าทาย จะเริ่มเรียนตั้งแต่การปูพื้นฐานของภาษาไปจนถึงการสอนแบบล้ำลึกเพื่อให้น้องๆ สามารถนำไปใช้ในการทำงานต่างๆ ได้ เหมาะสำหรับน้องๆ ที่มีความสนใจในประเทศเหล่านี้ ซึ่งเราไม่ได้เรียนแค่ตัวภาษาเท่านั้น แต่เรายังเรียนไปถึงเรื่องวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ อีกด้วยค่ะ

ส่วนสายอื่นๆ นับว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำให้คณะอักษรศาสตร์ มีความหลากหลายและน่าสนใจไม่แพ้สายภาษา ซึ่งประกอบไปด้วย

  • เอกภูมิศาสตร์ที่เรียนเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ สิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับน้องๆ ที่เป็นสายลุย ชอบลงพื้นที่
    เอกปรัชญา จะสอนให้น้องๆ รู้จักการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล เหมาะกับน้องๆ ที่ชอบตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว
  • เอกประวัติศาสตร์จะเรียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์เหตุการณ์จากในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เหมาะกับน้องๆ สายจริงจัง ชอบการหาคำตอบ
  • เอกสังคมศาสตร์การพัฒนาจะเรียนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและชุมชน เหมาะสำหรับน้องๆ ที่สนใจการลงพื้นที่ หรืออยากทำงานสายพัฒนาชุมชน
  • เอกสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์เรียนเกี่ยวกับการจัดการข้อมูล เช่น การจัดระบบข้อมูลในห้องสมุด เหมาะกับน้องๆ ที่สนใจงานเบื้องหลัง (แอบกระซิบว่าเอกนี้ไม่ได้เป็นได้แค่ “บรรณารักษ์” เท่านั้นนะคะ น้องๆ สามารถทำอาชีพได้หลากหลายไม่แพ้สาขาวิชาอื่นๆ เลย)
  • เอกนาฏยสังคีตจะเรียนเกี่ยวกับดนตรีและนาฏศิลป์ ซึ่งจะผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะกับน้องๆ ที่ชอบแสดงออกผ่านการแสดงและเสียงเพลงค่ะ

นอกจากนี้ยังมีโครงการพิเศษอย่างสาขาวิชาเอเชียศึกษาและยุโรปศึกษา ที่จะเน้นไปที่การเรียนภาษาและวัฒนธรรมของทั้งทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ซึ่งจะมีโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เพื่อให้น้องๆ ไปหาประสบการณ์ได้อีกด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น้องๆ ก็คงเริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะว่า แต่ละสาขาของคณะอักษรศาสตร์ล้วนแต่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ทำให้บางคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าเทียบกับคณะโบราณคดีที่มีสาขา เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเหมือนกัน การเรียนจะคล้ายกันไหม แล้วเราควรเลือกเรียนคณะอะไรดี วันนี้พี่น้ำจะมาสรุปข้อเหมือนและต่างให้น้องๆ หายสงสัยกันค่ะ

คณะอักษรศาสตร์ VS โบราณคดี ต่างกันอย่างไร?

คณะโบราณคดี เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในอดีต รวมถึงเรียนเกี่ยวกับศิลปะและภาษา ผ่านการวิเคราะห์โบราณวัตถุ ศิลาจารึกและเอกสารโบราณต่างๆ เพื่อให้น้องๆ เข้าใจลักษณะสังคมในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลึกซึ้งค่ะ

สำหรับจุดต่างแรกระหว่าง คณะอักษรศาสตร์และคณะโบราณคดี คือเรียนจบมา จะได้รับปริญญาที่แตกต่างกันอย่างอักษรศาสตร์จะใช้ “อักษรศาสตรบัณฑิต (อ.บ.)” ส่วนโบราณคดีจะใช้ “ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)”

จากที่น้องๆ ได้เห็นลักษณะและรูปแบบการเรียนของคณะโบราณคดีแล้ว พี่น้ำจะมายกตัวอย่างให้เห็นแบบชัดๆ 2 สาขา คือ โบราณคดี เอกภาษาไทย กับ อักษรศาสตร์ เอกภาษาไทย และ โบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ กับ อักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

โบราณคดี เอกภาษาไทย กับ อักษรศาสตร์ เอกภาษาไทย

จุดที่เหมือนกันคือ เรียนภาษาไทยและฝึกวิเคราะห์วรรณคดี วรรณกรรมเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ อักษรฯ จะเน้นหนักไปทางหลักภาษา เน้นฝึกการวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเขียนวิจารณ์งานต่างๆ ต่อไป รวมถึงเจาะลึกไปทางภาษาศาสตร์ทั้งการอ่านและการออกเสียง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิชาบังคับในระดับชั้นปีต่างๆ โดยจะไล่ระดับความยากตามระดับชั้นปี

และอีกหนึ่งจุดเด่นที่น้องๆ ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน คือ อักษรเอกไทยจะสอนวิชา “ศิลปะการเขียน”ซึ่งเป็นรายวิชายอดนิยมที่คณะอื่นๆ ต้องการมาก แต่โบราณคดีเอกไทย จะเน้นการศึกษาประวัติศาสตร์ที่ผ่านภาษาไทยเช่น การศึกษาที่มาของชาติ ศึกษาวิถีชีวิตของคนในสังคม เป็นต้น

โบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ กับ อักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

สำหรับ 2 สาขานี้ สิ่งที่เหมือนกันคือ การเรียนภาษา การเขียนและการวิเคราะห์ที่คล้ายๆ กัน แต่ต่างกันตรงที่ อักษรจะเน้นภาษาและการสื่อสาร และไม่ลงลึกในด้านประวัติศาสตร์ซึ่งต่างจากโบราณคดีที่จำเป็นต้องเรียนประวัติความเป็นมาในเรื่องราวต่างๆ ด้วย

เห็นไหมคะน้องๆ ต่อให้ชื่อสาขาเหมือนกันแต่เนื้อหาที่เรียนย่อมแตกต่างกัน ถ้าเป็นสายชอบเขียน ชอบวิเคราะห์ และรักการอ่าน คณะอักษรศาสตร์ตอบโจทย์แน่นอน แต่ถ้าน้องๆ เป็นสายประวัติศาสตร์ ชอบอ่านจารึก ชอบตีความจากวัตถุโบราณ เอกสารเก่าต่างๆ คณะโบราณคดีก็จะเหมาะกับน้องๆ มากกว่าค่ะ

ทั้งนี้การเลือกคณะควรพิจารณาจากความสนใจและความถนัดของตัวเองเป็นสำคัญ เพื่อให้น้องๆ สามารถเรียนได้อย่างมีความสุขและสนุกกับมันอย่างเต็มที่ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...